<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าว IOC]]></title>
<link>https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/index/id/2367</link>
<atom:link href="https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/index/id/2367" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ศธ. เตรียมจัดงานวันครู ผนึกกำลัง สร้างเด็กยุคใหม่ “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ”]]></title>
<link>https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2367/iid/354933</link>
<guid isPermaLink="false">80a28cebc949f6eaee1abe12b652778a</guid>
<pubDate>Mon, 13 Jan 2025 15:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมจัดงานวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 69 ปี 2568 ภายใต้แนวคิด &ldquo;เรียนดี มีความสุข : ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา สร้างเด็ก &ldquo;ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ&rdquo; โดย ศธ. ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ การจัดงานในครั้งนี้เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของครูไทย ในการร่วมใจกันสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลให้ความสำคัญต่อครูและวิชาชีพครู ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างเยาวชนและอนาคตของประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติกำหนดให้ วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่พระราชบัญญัติครูได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี พ.ศ. 2488 เป็น &ldquo;วันครูแห่งชาติ&rdquo; เพื่อเป็นการประกอบพิธีรำลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ การแสดงความเคารพและสำนึกในบุญคุณของครู รวมถึงส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครูกับประชาชน กระทรวงศึกษาธิการ โดย คุรุสภา องค์กรหลักและองค์กรในกำกับร่วมกันจัดงานวันครู ครั้งที่ 69 ในวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมคุรุสภา ถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย รวมทั้งผ่านระบบ Online ทางยูทูบและเฟซบุ๊กแฟนเพจคุรุสภา ในส่วนภูมิภาค โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป รายละเอียด ประวัติความเป็นมา และความสำคัญของวันครูแห่งชาติ คำว่า ครู มาจากคำภาษาบาลีว่า ครุ (อ่านว่า คะ-รุ) และมาจากภาษาสันสกฤตว่า คุรุ ซึ่งคำว่า &ldquo;ครู&rdquo; หมายถึง ผู้อบรมสั่งสอน ผู้ถ่ายทอดความรู้ ผู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ เป็นผู้ที่มีหน้าที่สอน อบรมเกี่ยวกับวิชาความรู้ การอ่านเขียน สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติครูในพระราชกิจจานุเบกษา โดยจัดตั้ง &ldquo;คุรุสภา&rdquo; ในกระทรวงศึกษาธิการ รวบรวมครูในสังกัดมาเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยสมาชิกจะมีหน้าที่เสนอความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อสถาบันวิชาชีพครู พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นเรื่องนโยบายการศึกษาและวิชาการทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาในการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี พ.ศ. 2499 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ได้กล่าวปราศรัย ต่อที่ประชุมครู ทั่วประเทศ ส่วนหนึ่งว่า เนื่องจากครูเป็นผู้มีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่า วันครู ควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย จนกระทั่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ 16 มกราคม ของทุกปีเป็น &ldquo;วันครู&rdquo; และมีการประกาศจัดวันครูแห่งชาติ ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 ซึ่งการจัดงานวันครู ได้กำหนดเป็นหลักการให้มีอนุสรณ์งานวันครูไว้ให้แก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี อนุสรณ์สำคัญที่ได้กระทำมาแต่ต้น คือ &ldquo;หนังสือประวัติวันครู หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ&rdquo; &ldquo;ดอกกล้วยไม้&rdquo; สัญลักษณ์ของวันครู สัญลักษณ์ของวันครูคือ &ldquo;ดอกกล้วยไม้&rdquo; ถูกกำหนดให้เป็นดอกไม้ประจำวันครู โดยคณะกรรมการจัดงาน วันครู พ.ศ. 2539 เล็งเห็นว่า ธรรมชาติของดอกกล้วยไม้มีลักษณะคล้ายคลึงกับงานจัดการศึกษาและสภาพชีวิตครู ดังคำกลอนของ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ปูชนียบุคคลแห่งวงการศึกษาไทย ที่ว่า &ldquo;กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น แต่ออกดอกคราวใด งามเด่น งานสั่งสอนปลูกปั้น เสร็จแล้วแสนงาม&rdquo; ด้วยกล้วยไม้แต่ละช่อจะผลิดอก ต้องใช้เวลานานและต้องการดูแลเอาใจใส่ไม่น้อย เช่นเดียวกับครูแต่ละคนกว่าจะสั่งสอนเคี่ยวเข็ญ ศิษย์คนแล้วคนเล่าให้มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตได้ ก็ต้องใช้เวลาอบรมสั่งสอนไม่น้อยด้วยเช่นกัน ศธ. เตรียมจัดงานวันครู ครั้งที่ 69 ครูไทยผนึกกำลัง สร้างเด็กยุคใหม่ &ldquo;ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ&rdquo; (9 ม.ค. 68) พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 69 ปี 2568 ภายใต้แนวคิด &ldquo;ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา : สร้างเด็ก &ldquo;ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ&rdquo; ณ ห้องประชุมบุณยเกตุ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ รมว.ศธ. กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อครูและวิชาชีพครู ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างเยาวชนและอนาคตของประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติกำหนดให้ วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่พระราชบัญญัติครูได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี พ.ศ. 2488 เป็น &ldquo;วันครูแห่งชาติ&rdquo; เพื่อเป็นการประกอบพิธีรำลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ การแสดงความเคารพและสำนึกในบุญคุณของครู รวมถึงส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครูกับประชาชน กระทรวงศึกษาธิการ โดย คุรุสภา องค์กรหลักและองค์กร ในกำกับร่วมกันจัดงานวันครู ครั้งที่ 69 ในวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมคุรุสภา รวมทั้งผ่านระบบ Online และในส่วนภูมิภาค โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ เป็นหน่วยจัดงานวันครู ณ สถานที่ที่จังหวัดกำหนดตามความเหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ การจัดงานในครั้งนี้เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของครูไทยในการร่วมใจกันสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ศิษย์เป็นผู้ &ldquo;ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ&rdquo; โดยครูที่มีคุณภาพ ตามนโยบาย &ldquo;เรียนดี มีความสุข&rdquo; พร้อมแนวคิด ทำดี ทำได้ ทำทันที เพื่อให้ผู้เรียนในทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งในมิติ ของโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความปลอดภัย และการศึกษาที่มีคุณภาพสูงสุด สำหรับงานวันครูฯ ในส่วนกลาง ปีนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี โดยภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสำหรับการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คุรุสภาจัดให้มีพิธีมอบรางวัลต่าง ๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,217 คน ดังนี้</p>

<p>&bull; รางวัลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี 2568</p>

<p>&bull; เข็มคุรุสภาสดุดีและเกียรติบัตร รางวัลคุรุสภา &ldquo;ระดับดี&rdquo; ประจำปี 2567</p>

<p>&bull; รางวัลครูผู้สอนดีเด่น ประจำปี 2567</p>

<p>&bull; รางวัล &ldquo;คุรุสดุดี&rdquo; ประจำปี 2567</p>

<p>&bull; รางวัลผลงาน &ldquo;หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม&rdquo; ประจำปี 2567</p>

<p>&bull; รางวัลผลงานวิจัยของคุรุสภา ประจำปี 2567</p>

<p>&bull; รางวัลพระพฤหัสบดี ระดับประเทศ ประจำปี 2567</p>

<p>&bull; รางวัล &ldquo;ครูดีในดวงใจ&rdquo;</p>

<p>&bull; รางวัลครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์และเป็นผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ศธ. เตรียมของขวัญมอบให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในวันครูแห่งชาติ 2568 กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดเตรียมของขวัญที่จะมอบให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา จากหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด และในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 11 หน่วยงาน ดังนี้</p>

<p>1. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดบริการระบบย้ายข้าราชการครูออนไลน์ ผ่านระบบ TRS (Teacher Rotation System) ลดภาระการจัดทำเอกสารคำร้องขอย้ายเพื่อความยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ปิดช่องทางการเรียกรับผลประโยชน์</p>

<p>2. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา Spark and Share Idea แจกฟรีรวมไอเดียการสอนและ การบริหารจัดการสถานศึกษา Upskills ครูมืออาชีพสู่การพัฒนา (Desired Outcomes of Education : DOE) เด็กไทย และคลังความรู้สำหรับครูยุคดิจิทัล</p>

<p>3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดอบรมภาษาอังกฤษพร้อมสอบวัดระดับ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) ฟรี 10,000 Users</p>

<p>4. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดกิจกรรม 1 ครู 1 วิชาชีพ ฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น Up skill กว่า 800 หลักสูตร ให้กับครูที่สนใจ คนละ 1 หลักสูตร เพื่อเพิ่มทักษะใหม่ ๆ สำหรับใช้ในการสอน และ การสร้างอาชีพเสริม</p>

<p>5. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เปิดอบรมหลักสูตรวันครู รับเกียรติบัตรและชั่วโมงต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ</p>

<p>&nbsp;ฟรี รับสิทธิ์เข้าใช้งาน Smart Education Hub คณิตศาสตร์สิงคโปร์</p>

<p>&nbsp;ฟรี เรียนภาษาอังกฤษจาก Voxy Platform</p>

<p>&nbsp;ฟรี คูปองการเรียนใน Coursera Platform (International Certified) หลักสูตร AI Essentials</p>

<p>6. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา แจกสื่อ การเรียนการสอนให้กับคุณครูฟรี และ องค์การค้าของ สกสค. ลดสินค้าราคาพิเศษ สูงสุด 50% ให้แก่ครู และบุคลากรทางการศึกษา</p>

<p>7. สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ โครงการเยียวยาให้ครูมีคุณวุฒิทางการลูกเสือ จัดทบทวนผู้ที่ผ่านการอบรมบุคลากรทางการลูกเสือที่ยังไม่ได้คุณวุฒิวูดแบดจ์ จำนวน 1,000 คน</p>

<p>8. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลดราคา E-book สูงสุด 30% ลดราคาสื่อ และบอร์ดเกม 15% และพัฒนาทักษะการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน (Formative Assessment) ในรูปแบบออนไลน์พร้อมแจกฟรี ChatBot MathMeow (แบบทดสอบคณิตศาสตร์พื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) และดาวน์โหลดฟรี สื่อดิจิทัลสถานการณ์จำลองแบบมีปฏิสัมพันธ์วิชาฟิสิกส์ และสื่อที่น่าสนใจ อีกมากมาย</p>

<p>9. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ฟรี อบรมผ่านระบบ E&ndash;learning ของ สมศ. เรื่อง &ldquo;การจัดการความเสี่ยงและความปลอดภัยในสถานศึกษา&rdquo; เพื่อนำใปใช้จัดการกับความปลอดภัยของนักเรียน</p>

<p>10. สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ บริการจัดการทดสอบโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมการสอบ 200 บาท ในการดำเนินการจัดสอบ ครู บุคลากรทางการศึกษา นิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไป จำนวน 10,000 ที่นั่ง</p>

<p>11. โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ฟรีวารสาร MWIT ในรูปแบบ e-Magazine เน้นสาระด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลาย และเรียนฟรีหลักสูตร MWIT ผ่าน MWIT Media</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ คุรุสภาเตรียมจัดให้มีกิจกรรมผ่าน Platform วันครูที่เว็บไซต์ <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZUOVuAhTVqn5ylVsFY_BXOaQCnGydlYxzcrPqacphdy2PZVfK9P3PA_m2oeWELLrqgArBHW5kiaquhiQ3eQDpd6x_5NTCpxUX1Itpawe0w47NDwY388AKrPuK9sfwey0Sm6kSsEMRIUQOdfgihR4WnKwiq3G5EJ6qbnti-qlMohA_xmF0RPq7fwvb14kjL_f_tRw8DqBsmQlCk7nCEUFwMIDJ_deZt9iqhO32icIU2WLpJ66IyP64YZRLMd554MX-MtnCQMhOgB-yXrQTi5IwmWFeH1D3JSUH9VHs-_Mp3KgdhlT_pstKyB1APIDlmYstrAnIvEfv-5Hz4QFe24eZkwLsOU9z331SnnsXmAXGyscL0dElJf7ot9YTeJrNLUeBSMu9ph5N2FKM-xx1dOdGB-fzYLOog6hB-eeo9y6aUWumWXPyawVe8Ra4YfIJ36ZyvHT073a2dyn39Jt657xvLZdU6s9ykwFz_QVxWpJIDv5jazH98JLGI0AfIfdo12uI1jnr06yxi8VRpIwPRo35omqetTY85Doe7cYT3ouTMBGgpF7vppUTLba-RdVSkdf-Yx0mH_cHNkgmP7-ZE4Jj7pKGGtJgiH2BqCmMvJ3lnxeEJkn-ZaAlWVJFJpvT__jCURNXYKzmF_ZPRyq2FKwVosX8e1sMCyx-Twrk8dLJz3KqWNJvG3ZPIXk07ezf3ZALTWAzJN3GT0babyoUKYYH1TBypVp_WWF6WWZjGN_aT2U9TRVnY8t-j2Xhyk6pq7I7NnGL7theRCkc6MWjivWAgTl3iP6-mbrdFgPH1RPe6dPI3St28-qp67ZmRufelyQ50KmHiUK8D6Gx6gScl_QoSV903YnvLTRfynrjItWP1JcC25gmnA77G92av3CTSbyTnmT7OJdU-vr8NwZ8w-4WcIIwSM772JEMJv-rLdlq1G-Od7lGIsMkoSRdfAOtnRjChp4u8UYFNIMtensKQUqjge4spkeOXUURI6XagV67VK365tsvtjMDhGQu1HqgG6H2B6PoD79k2ttqRcP5DGExpB2T7VitO1skFkn7OYbN8U6ATmIV3EGSaPqVy2d76Xv6-kxX69bvy_AluWIo3AmOSk9cgwl_3Ig-ZHwrkcAxFVww_JPylip9bBdm-G0ijvWbZsnES7-HVy9EKJXx9hMmtrC9vELFqz9R2X8X2zB41qidSz2gn77nxCxSteSxEf1g2q3EDbCKrHV-0B5HS4RhGAM2AgY9D2d5jkL6y8CPtdYqH1sYNzcU3T_AcpOdg3ONPVWqV3ct3U_HwwhnqMIhK-yg_FyBghUhtngH8tAGJKZS_UMFEelT9V0jJIfR59Nu67I9-FwZIVNzHne6OB_ocz" href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwankru.ksp.or.th%2F%3Ffbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAAR0zk_0dILJxloab0gHnolTaBaCveWJ0BAN9yVePXJYgOYgDC2AQSpzKPZg_aem_NHsFzImdMe57z94V1R35sg&amp;h=AT0QzK4sVaPqTTFYqaK_l5dok5xE4pFdauE6PXtU8e-SL9qHFc9M3kaXqCBhL2rCxAUkYV9Ja0gM4ACgdfQsvs4mXncGG96EBUwKeAfKxY6BqR7zm7egkgOsYdUHBiR7Teym&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT0ijZUBvutuPy7H5OS_s2lqxGc63Szg59haXUsAYexz_Cx0fJARJhCr9oBwUVBJVvTrLEtdbBCawebQP_ztEH3kH1RAJ3vQokJ3FjeA8-9U-5lxj9-8MOxzI2plLnbTYWDDkBGWeTQwiKOjZO2zW7GgxIW0fWwMltoOabP8MYGjknl7mTTkonezygM39e-qLkJ9MMYW0alT20VDw__V6Z5624Q" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">wankru.ksp.or.th</a> ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงนิทรรศการวิชาการออนไลน์ของผู้ได้รับรางวัลจากคุรุสภา มีการจัดอบรม ผ่านหลักสูตรออนไลน์ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มพูนสมรรถนะในการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพครู โดยมีทั้งหมด 8 หลักสูตรที่ครอบคลุมทั้งด้านการพัฒนาความรู้เฉพาะทางและทักษะการสอน รวมถึงการเรียนรู้เกี่ยวกับจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา รวมทั้งกิจกรรมการส่งบัตรคาราวะครูออนไลน์ ร่วมระลึกถึง พระคุณครู และแชร์ความรู้สึกดี ๆ ต่อครู เพื่อสร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้ประกอบวิชาชีพครูทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้นักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของครู ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ และร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงพระคุณครู นายกฯ ชวนคนไทยร่วมงานวันครู ปี 2568 ภายใต้แนวคิด &ldquo;เรียนดี มีความสุข : ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา สร้างเด็ก &ldquo;ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ&rdquo; นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังการนำเสนอการประชาสัมพันธ์งานวันครู พ.ศ. 2568 ภายใต้แนวคิด เรียนดี มีความสุข: ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา สร้างเด็ก &ldquo;ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ&rdquo; ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูกับศิษย์ เมื่อครูร่วมใจกันสร้างความเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จะส่งผลให้ศิษย์ฉลาดรู้ คือ รู้ในสิ่งที่ควรรู้ รู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้ ฉลาดคิด คือ คิดวิเคราะห์หาสาเหตุ และแนวทางการปรับปรุงพัฒนา ฉลาดทำ คือ ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา มีการผลักดันให้การจัดการศึกษามีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายสูงสุดที่มุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยจะได้รับการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งในด้านโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความปลอดภัย และมีการศึกษาที่เป็นเลิศอันจะสามารถสร้างความมั่นคงของชีวิตได้ โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อประกอบพิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครู กับประชาชน และส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี หรือทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลัง ได้ยึดถือปฏิบัติตาม สำหรับกิจกรรมงานวันครูจะจัดขึ้นทั้งส่วนกลางและภูมิภาคพร้อมกันทั่วประเทศ ในรูปแบบ ผสมผสาน ทั้งแบบ Onsite และ Online โดยส่วนกลางจัดงานในวันที่ 16 มกราคม 2568 ที่หอประชุมคุรุสภา และบริเวณรอบคุรุสภา มีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และ Online ทางยูทูบและเฟซบุ๊กแฟนเพจคุรุสภา และ TBL Suandusit ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป พร้อมล่ามภาษามือ</p>

<p><a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZUOVuAhTVqn5ylVsFY_BXOaQCnGydlYxzcrPqacphdy2PZVfK9P3PA_m2oeWELLrqgArBHW5kiaquhiQ3eQDpd6x_5NTCpxUX1Itpawe0w47NDwY388AKrPuK9sfwey0Sm6kSsEMRIUQOdfgihR4WnKwiq3G5EJ6qbnti-qlMohA_xmF0RPq7fwvb14kjL_f_tRw8DqBsmQlCk7nCEUFwMIDJ_deZt9iqhO32icIU2WLpJ66IyP64YZRLMd554MX-MtnCQMhOgB-yXrQTi5IwmWFeH1D3JSUH9VHs-_Mp3KgdhlT_pstKyB1APIDlmYstrAnIvEfv-5Hz4QFe24eZkwLsOU9z331SnnsXmAXGyscL0dElJf7ot9YTeJrNLUeBSMu9ph5N2FKM-xx1dOdGB-fzYLOog6hB-eeo9y6aUWumWXPyawVe8Ra4YfIJ36ZyvHT073a2dyn39Jt657xvLZdU6s9ykwFz_QVxWpJIDv5jazH98JLGI0AfIfdo12uI1jnr06yxi8VRpIwPRo35omqetTY85Doe7cYT3ouTMBGgpF7vppUTLba-RdVSkdf-Yx0mH_cHNkgmP7-ZE4Jj7pKGGtJgiH2BqCmMvJ3lnxeEJkn-ZaAlWVJFJpvT__jCURNXYKzmF_ZPRyq2FKwVosX8e1sMCyx-Twrk8dLJz3KqWNJvG3ZPIXk07ezf3ZALTWAzJN3GT0babyoUKYYH1TBypVp_WWF6WWZjGN_aT2U9TRVnY8t-j2Xhyk6pq7I7NnGL7theRCkc6MWjivWAgTl3iP6-mbrdFgPH1RPe6dPI3St28-qp67ZmRufelyQ50KmHiUK8D6Gx6gScl_QoSV903YnvLTRfynrjItWP1JcC25gmnA77G92av3CTSbyTnmT7OJdU-vr8NwZ8w-4WcIIwSM772JEMJv-rLdlq1G-Od7lGIsMkoSRdfAOtnRjChp4u8UYFNIMtensKQUqjge4spkeOXUURI6XagV67VK365tsvtjMDhGQu1HqgG6H2B6PoD79k2ttqRcP5DGExpB2T7VitO1skFkn7OYbN8U6ATmIV3EGSaPqVy2d76Xv6-kxX69bvy_AluWIo3AmOSk9cgwl_3Ig-ZHwrkcAxFVww_JPylip9bBdm-G0ijvWbZsnES7-HVy9EKJXx9hMmtrC9vELFqz9R2X8X2zB41qidSz2gn77nxCxSteSxEf1g2q3EDbCKrHV-0B5HS4RhGAM2AgY9D2d5jkL6y8CPtdYqH1sYNzcU3T_AcpOdg3ONPVWqV3ct3U_HwwhnqMIhK-yg_FyBghUhtngH8tAGJKZS_UMFEelT9V0jJIfR59Nu67I9-FwZIVNzHne6OB_ocz" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A8%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B3?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVSWRIWbxct0k2b-0p3MUaTv7qLL1HAWE59MbgZHhRnAnPrK1DqZBbf4WvJ7QSLCGrsNORuWK53nj_w5pPd3DnxdUiZtEhtlQC8j6MnI7QW49fmY28aNT5aPTqb1b2UGVc7n9t9Mat-tNoJmk3yBBl9DSUl-x7jGJG3eqGjg6xEbvUMCBDblmpEAU7GyemVWI0&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ศธเตรียมจัดงานวันครูผนึกกำลังสร้างเด็กยุคใหม่ฉลาดรู้ฉลาดคิดฉลาดทำ</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZUOVuAhTVqn5ylVsFY_BXOaQCnGydlYxzcrPqacphdy2PZVfK9P3PA_m2oeWELLrqgArBHW5kiaquhiQ3eQDpd6x_5NTCpxUX1Itpawe0w47NDwY388AKrPuK9sfwey0Sm6kSsEMRIUQOdfgihR4WnKwiq3G5EJ6qbnti-qlMohA_xmF0RPq7fwvb14kjL_f_tRw8DqBsmQlCk7nCEUFwMIDJ_deZt9iqhO32icIU2WLpJ66IyP64YZRLMd554MX-MtnCQMhOgB-yXrQTi5IwmWFeH1D3JSUH9VHs-_Mp3KgdhlT_pstKyB1APIDlmYstrAnIvEfv-5Hz4QFe24eZkwLsOU9z331SnnsXmAXGyscL0dElJf7ot9YTeJrNLUeBSMu9ph5N2FKM-xx1dOdGB-fzYLOog6hB-eeo9y6aUWumWXPyawVe8Ra4YfIJ36ZyvHT073a2dyn39Jt657xvLZdU6s9ykwFz_QVxWpJIDv5jazH98JLGI0AfIfdo12uI1jnr06yxi8VRpIwPRo35omqetTY85Doe7cYT3ouTMBGgpF7vppUTLba-RdVSkdf-Yx0mH_cHNkgmP7-ZE4Jj7pKGGtJgiH2BqCmMvJ3lnxeEJkn-ZaAlWVJFJpvT__jCURNXYKzmF_ZPRyq2FKwVosX8e1sMCyx-Twrk8dLJz3KqWNJvG3ZPIXk07ezf3ZALTWAzJN3GT0babyoUKYYH1TBypVp_WWF6WWZjGN_aT2U9TRVnY8t-j2Xhyk6pq7I7NnGL7theRCkc6MWjivWAgTl3iP6-mbrdFgPH1RPe6dPI3St28-qp67ZmRufelyQ50KmHiUK8D6Gx6gScl_QoSV903YnvLTRfynrjItWP1JcC25gmnA77G92av3CTSbyTnmT7OJdU-vr8NwZ8w-4WcIIwSM772JEMJv-rLdlq1G-Od7lGIsMkoSRdfAOtnRjChp4u8UYFNIMtensKQUqjge4spkeOXUURI6XagV67VK365tsvtjMDhGQu1HqgG6H2B6PoD79k2ttqRcP5DGExpB2T7VitO1skFkn7OYbN8U6ATmIV3EGSaPqVy2d76Xv6-kxX69bvy_AluWIo3AmOSk9cgwl_3Ig-ZHwrkcAxFVww_JPylip9bBdm-G0ijvWbZsnES7-HVy9EKJXx9hMmtrC9vELFqz9R2X8X2zB41qidSz2gn77nxCxSteSxEf1g2q3EDbCKrHV-0B5HS4RhGAM2AgY9D2d5jkL6y8CPtdYqH1sYNzcU3T_AcpOdg3ONPVWqV3ct3U_HwwhnqMIhK-yg_FyBghUhtngH8tAGJKZS_UMFEelT9V0jJIfR59Nu67I9-FwZIVNzHne6OB_ocz" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B3?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVSWRIWbxct0k2b-0p3MUaTv7qLL1HAWE59MbgZHhRnAnPrK1DqZBbf4WvJ7QSLCGrsNORuWK53nj_w5pPd3DnxdUiZtEhtlQC8j6MnI7QW49fmY28aNT5aPTqb1b2UGVc7n9t9Mat-tNoJmk3yBBl9DSUl-x7jGJG3eqGjg6xEbvUMCBDblmpEAU7GyemVWI0&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ฉลาดรู้ฉลาดคิดฉลาดทำ</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZUOVuAhTVqn5ylVsFY_BXOaQCnGydlYxzcrPqacphdy2PZVfK9P3PA_m2oeWELLrqgArBHW5kiaquhiQ3eQDpd6x_5NTCpxUX1Itpawe0w47NDwY388AKrPuK9sfwey0Sm6kSsEMRIUQOdfgihR4WnKwiq3G5EJ6qbnti-qlMohA_xmF0RPq7fwvb14kjL_f_tRw8DqBsmQlCk7nCEUFwMIDJ_deZt9iqhO32icIU2WLpJ66IyP64YZRLMd554MX-MtnCQMhOgB-yXrQTi5IwmWFeH1D3JSUH9VHs-_Mp3KgdhlT_pstKyB1APIDlmYstrAnIvEfv-5Hz4QFe24eZkwLsOU9z331SnnsXmAXGyscL0dElJf7ot9YTeJrNLUeBSMu9ph5N2FKM-xx1dOdGB-fzYLOog6hB-eeo9y6aUWumWXPyawVe8Ra4YfIJ36ZyvHT073a2dyn39Jt657xvLZdU6s9ykwFz_QVxWpJIDv5jazH98JLGI0AfIfdo12uI1jnr06yxi8VRpIwPRo35omqetTY85Doe7cYT3ouTMBGgpF7vppUTLba-RdVSkdf-Yx0mH_cHNkgmP7-ZE4Jj7pKGGtJgiH2BqCmMvJ3lnxeEJkn-ZaAlWVJFJpvT__jCURNXYKzmF_ZPRyq2FKwVosX8e1sMCyx-Twrk8dLJz3KqWNJvG3ZPIXk07ezf3ZALTWAzJN3GT0babyoUKYYH1TBypVp_WWF6WWZjGN_aT2U9TRVnY8t-j2Xhyk6pq7I7NnGL7theRCkc6MWjivWAgTl3iP6-mbrdFgPH1RPe6dPI3St28-qp67ZmRufelyQ50KmHiUK8D6Gx6gScl_QoSV903YnvLTRfynrjItWP1JcC25gmnA77G92av3CTSbyTnmT7OJdU-vr8NwZ8w-4WcIIwSM772JEMJv-rLdlq1G-Od7lGIsMkoSRdfAOtnRjChp4u8UYFNIMtensKQUqjge4spkeOXUURI6XagV67VK365tsvtjMDhGQu1HqgG6H2B6PoD79k2ttqRcP5DGExpB2T7VitO1skFkn7OYbN8U6ATmIV3EGSaPqVy2d76Xv6-kxX69bvy_AluWIo3AmOSk9cgwl_3Ig-ZHwrkcAxFVww_JPylip9bBdm-G0ijvWbZsnES7-HVy9EKJXx9hMmtrC9vELFqz9R2X8X2zB41qidSz2gn77nxCxSteSxEf1g2q3EDbCKrHV-0B5HS4RhGAM2AgY9D2d5jkL6y8CPtdYqH1sYNzcU3T_AcpOdg3ONPVWqV3ct3U_HwwhnqMIhK-yg_FyBghUhtngH8tAGJKZS_UMFEelT9V0jJIfR59Nu67I9-FwZIVNzHne6OB_ocz" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVSWRIWbxct0k2b-0p3MUaTv7qLL1HAWE59MbgZHhRnAnPrK1DqZBbf4WvJ7QSLCGrsNORuWK53nj_w5pPd3DnxdUiZtEhtlQC8j6MnI7QW49fmY28aNT5aPTqb1b2UGVc7n9t9Mat-tNoJmk3yBBl9DSUl-x7jGJG3eqGjg6xEbvUMCBDblmpEAU7GyemVWI0&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#วันครูแห่งชาติ</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZUOVuAhTVqn5ylVsFY_BXOaQCnGydlYxzcrPqacphdy2PZVfK9P3PA_m2oeWELLrqgArBHW5kiaquhiQ3eQDpd6x_5NTCpxUX1Itpawe0w47NDwY388AKrPuK9sfwey0Sm6kSsEMRIUQOdfgihR4WnKwiq3G5EJ6qbnti-qlMohA_xmF0RPq7fwvb14kjL_f_tRw8DqBsmQlCk7nCEUFwMIDJ_deZt9iqhO32icIU2WLpJ66IyP64YZRLMd554MX-MtnCQMhOgB-yXrQTi5IwmWFeH1D3JSUH9VHs-_Mp3KgdhlT_pstKyB1APIDlmYstrAnIvEfv-5Hz4QFe24eZkwLsOU9z331SnnsXmAXGyscL0dElJf7ot9YTeJrNLUeBSMu9ph5N2FKM-xx1dOdGB-fzYLOog6hB-eeo9y6aUWumWXPyawVe8Ra4YfIJ36ZyvHT073a2dyn39Jt657xvLZdU6s9ykwFz_QVxWpJIDv5jazH98JLGI0AfIfdo12uI1jnr06yxi8VRpIwPRo35omqetTY85Doe7cYT3ouTMBGgpF7vppUTLba-RdVSkdf-Yx0mH_cHNkgmP7-ZE4Jj7pKGGtJgiH2BqCmMvJ3lnxeEJkn-ZaAlWVJFJpvT__jCURNXYKzmF_ZPRyq2FKwVosX8e1sMCyx-Twrk8dLJz3KqWNJvG3ZPIXk07ezf3ZALTWAzJN3GT0babyoUKYYH1TBypVp_WWF6WWZjGN_aT2U9TRVnY8t-j2Xhyk6pq7I7NnGL7theRCkc6MWjivWAgTl3iP6-mbrdFgPH1RPe6dPI3St28-qp67ZmRufelyQ50KmHiUK8D6Gx6gScl_QoSV903YnvLTRfynrjItWP1JcC25gmnA77G92av3CTSbyTnmT7OJdU-vr8NwZ8w-4WcIIwSM772JEMJv-rLdlq1G-Od7lGIsMkoSRdfAOtnRjChp4u8UYFNIMtensKQUqjge4spkeOXUURI6XagV67VK365tsvtjMDhGQu1HqgG6H2B6PoD79k2ttqRcP5DGExpB2T7VitO1skFkn7OYbN8U6ATmIV3EGSaPqVy2d76Xv6-kxX69bvy_AluWIo3AmOSk9cgwl_3Ig-ZHwrkcAxFVww_JPylip9bBdm-G0ijvWbZsnES7-HVy9EKJXx9hMmtrC9vELFqz9R2X8X2zB41qidSz2gn77nxCxSteSxEf1g2q3EDbCKrHV-0B5HS4RhGAM2AgY9D2d5jkL6y8CPtdYqH1sYNzcU3T_AcpOdg3ONPVWqV3ct3U_HwwhnqMIhK-yg_FyBghUhtngH8tAGJKZS_UMFEelT9V0jJIfR59Nu67I9-FwZIVNzHne6OB_ocz" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVSWRIWbxct0k2b-0p3MUaTv7qLL1HAWE59MbgZHhRnAnPrK1DqZBbf4WvJ7QSLCGrsNORuWK53nj_w5pPd3DnxdUiZtEhtlQC8j6MnI7QW49fmY28aNT5aPTqb1b2UGVc7n9t9Mat-tNoJmk3yBBl9DSUl-x7jGJG3eqGjg6xEbvUMCBDblmpEAU7GyemVWI0&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#กระทรวงศึกษาธิการ</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZUOVuAhTVqn5ylVsFY_BXOaQCnGydlYxzcrPqacphdy2PZVfK9P3PA_m2oeWELLrqgArBHW5kiaquhiQ3eQDpd6x_5NTCpxUX1Itpawe0w47NDwY388AKrPuK9sfwey0Sm6kSsEMRIUQOdfgihR4WnKwiq3G5EJ6qbnti-qlMohA_xmF0RPq7fwvb14kjL_f_tRw8DqBsmQlCk7nCEUFwMIDJ_deZt9iqhO32icIU2WLpJ66IyP64YZRLMd554MX-MtnCQMhOgB-yXrQTi5IwmWFeH1D3JSUH9VHs-_Mp3KgdhlT_pstKyB1APIDlmYstrAnIvEfv-5Hz4QFe24eZkwLsOU9z331SnnsXmAXGyscL0dElJf7ot9YTeJrNLUeBSMu9ph5N2FKM-xx1dOdGB-fzYLOog6hB-eeo9y6aUWumWXPyawVe8Ra4YfIJ36ZyvHT073a2dyn39Jt657xvLZdU6s9ykwFz_QVxWpJIDv5jazH98JLGI0AfIfdo12uI1jnr06yxi8VRpIwPRo35omqetTY85Doe7cYT3ouTMBGgpF7vppUTLba-RdVSkdf-Yx0mH_cHNkgmP7-ZE4Jj7pKGGtJgiH2BqCmMvJ3lnxeEJkn-ZaAlWVJFJpvT__jCURNXYKzmF_ZPRyq2FKwVosX8e1sMCyx-Twrk8dLJz3KqWNJvG3ZPIXk07ezf3ZALTWAzJN3GT0babyoUKYYH1TBypVp_WWF6WWZjGN_aT2U9TRVnY8t-j2Xhyk6pq7I7NnGL7theRCkc6MWjivWAgTl3iP6-mbrdFgPH1RPe6dPI3St28-qp67ZmRufelyQ50KmHiUK8D6Gx6gScl_QoSV903YnvLTRfynrjItWP1JcC25gmnA77G92av3CTSbyTnmT7OJdU-vr8NwZ8w-4WcIIwSM772JEMJv-rLdlq1G-Od7lGIsMkoSRdfAOtnRjChp4u8UYFNIMtensKQUqjge4spkeOXUURI6XagV67VK365tsvtjMDhGQu1HqgG6H2B6PoD79k2ttqRcP5DGExpB2T7VitO1skFkn7OYbN8U6ATmIV3EGSaPqVy2d76Xv6-kxX69bvy_AluWIo3AmOSk9cgwl_3Ig-ZHwrkcAxFVww_JPylip9bBdm-G0ijvWbZsnES7-HVy9EKJXx9hMmtrC9vELFqz9R2X8X2zB41qidSz2gn77nxCxSteSxEf1g2q3EDbCKrHV-0B5HS4RhGAM2AgY9D2d5jkL6y8CPtdYqH1sYNzcU3T_AcpOdg3ONPVWqV3ct3U_HwwhnqMIhK-yg_FyBghUhtngH8tAGJKZS_UMFEelT9V0jJIfR59Nu67I9-FwZIVNzHne6OB_ocz" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A520%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVSWRIWbxct0k2b-0p3MUaTv7qLL1HAWE59MbgZHhRnAnPrK1DqZBbf4WvJ7QSLCGrsNORuWK53nj_w5pPd3DnxdUiZtEhtlQC8j6MnI7QW49fmY28aNT5aPTqb1b2UGVc7n9t9Mat-tNoJmk3yBBl9DSUl-x7jGJG3eqGjg6xEbvUMCBDblmpEAU7GyemVWI0&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#นโยบายรัฐบาล20กระทรวง</a></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiosukhothai.prd.go.th/cms/s229/u1677/13168_1.jpg" style="width: 850px; height: 850px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiosukhothai.prd.go.th/th/file/get/file/202501135d9e6a435f9f2d5cd0cc3db33604980e150533.jpg' type='image/jpg' length='42955' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวง ศธ. กำหนดความประพฤติของนักเรียน-นักศึกษาฉบับใหม่ คุมเข้มยาเสพติด เน้นบุหรี่ไฟฟ้า-บารากู่]]></title>
<link>https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2367/iid/353814</link>
<guid isPermaLink="false">003b042cdefbb327c3ce224c58ad3d40</guid>
<pubDate>Wed, 08 Jan 2025 16:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;คณะรัฐมนตรี อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ เสนอ โดยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดการประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ที่ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน เพื่อปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดโดยเพิ่มเติมลักษณะของการกระทำที่ต้องห้าม และเพิ่มเติมสิ่งเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ไฟฟ้า วัตถุออกฤทธิ์อื่นใดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้สนับสนุนข้อเสนอของสภานักเรียนระดับประเทศทั้ง 3 ข้อ ซึ่ง 1 ในนั้นคือข้อเสนอให้มีการป้องกันทุกคนห่างไกลจากบุหรี่ไฟฟ้า รายละเอียด (7 ม.ค. 68) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดการประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้ สาระสำคัญของเรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดการประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ที่ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน กล่าวคือ เดิมกฎกระทรวงฯ ได้กำหนดห้ามมิให้นักเรียน และนักศึกษา ซื้อ จำหน่าย แลกเปลี่ยน เสพสุราหรือสิ่งมึนเมา บุหรี่ หรือยาเสพติด หากแต่ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของสารเสพติดชนิดอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ไฟฟ้า หรือวัตถุออกฤทธิ์อื่น ๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามและส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านสติปัญญา และอารมณ์ของเด็กและเยาวชน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้เสนอร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้เพื่อปรับปรุงแก้ไขในรายละเอียดโดยเพิ่มเติมลักษณะของการกระทำที่ต้องห้าม เช่น แจกให้ส่งมอบ มีไว้เพื่อขาย สูบ ครอบครอง หรือการกระทำอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และเพิ่มเติมสิ่งเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ไฟฟ้า วัตถุออกฤทธิ์อื่นใดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น อัลปราโซแลม (นำไปเสพร่วมกับยาน้ำแก้ไอ น้ำใบกระท่อมต้ม) โดยหากนักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าวจะมีบทลงโทษตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ซึ่งมี 4 สถาน ได้แก่</p>

<p>1) ว่ากล่าวตักเตือน 2) ทำทัณฑ์บน 3) ตัดคะแนนความประพฤติ และ 4) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งนี้ การกำหนดเพิ่มเติมดังกล่าวจะทำให้อัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ไฟฟ้า หรือวัตถุออกฤทธิ์อื่นใดของนักเรียนและนักศึกษาลดน้อยลงซึ่งจะเกิดผลกระทบเชิงบวกต่องบประมาณด้านสาธารณสุข ลดภาระงบประมาณด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงจะทำให้นักเรียนและนักศึกษาห่างไกลจากสิ่งเสพติดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นชอบหรือไม่ขัดข้องในหลักการ นายกฯ พร้อมสนับสนุนข้อเสนอของสภานักเรียนระดับประเทศ ป้องกันให้ทุกคนห่างไกลจากบุหรี่ไฟฟ้า และค้นหาเด็กตกหล่นให้กลับเข้าเรียนในระบบ (7 ม.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับฟังข้อคิดเห็นของคณะกรรมการสภานักเรียนระดับประเทศ ประจำปี 2568 พร้อมพบปะให้โอวาทแก่คณะกรรมการนักเรียนซึ่งเป็นตัวแทนนักเรียนจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร รวม 82 คน ที่ผ่านการอบรมสัมมนาสภานักเรียนระดับประเทศ ร่วมระดมความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างสร้างสรรค์บนวิถีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตย ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549 โดยมี พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารโรงเรียน คณะครูที่ปรึกษาสภานักเรียน คณะกรรมการดำเนินโครงการ และรุ่นพี่สภานักเรียนระดับประเทศ เข้าร่วมรับฟัง ในปี 2568 นี้ สภานักเรียนระดับประเทศ ได้นำเสนอประเด็นที่ขอรับการสนับสนุนจาก นายกรัฐมนตรี จำนวน 3 ประเด็น โดยข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นที่เสนอมา รัฐบาลจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ได้แก่</p>

<p>1) การส่งเสริมค่านิยมหลัก &ldquo;รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์&rdquo; ในกลุ่มเยาวชนไทย ซึ่งคณะกรรมการสภานักเรียนจะนำแนวทาง &ldquo;สืบสานความดี ต่อยอดสิ่งดี ๆ เพื่อแผ่นดินไทย&rdquo; โดยร่วมกับเพื่อนสภานักเรียนทั่วประเทศศึกษาพระราชกรณียกิจ หลักการทรงงาน หรือพระปรีชาสามารถ ของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ต่าง ๆ อาทิ การแพทย์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ วรรณกรรม กีฬา การละเล่นหรือการแสดง แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรม สภานักเรียนในโรงเรียน จัดทำโครงการ &ldquo;TSC น้อมนำพระราชกรณียกิจสู่การต่อยอดพัฒนาสภานักเรียน&rdquo; มาปรับใช้ในกิจกรรมสภานักเรียนและชีวิตประจำวัน แล้วแบ่งปันประสบการณ์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ พร้อมทั้งเชิญชวนสภานักเรียนทั่วประเทศ ทำกิจกรรมจิตอาสาหรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่ส่งเสริมความรักและเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ</p>

<p>2) ความรักโรงเรียน รักเพื่อน และน้อง สร้างโรงเรียนแห่งความสุข ให้นักเรียนรักโรงเรียน รักเพื่อน เคารพพี่ ดูแลน้อง และร่วมป้องกันให้ทุกคนห่างไกลจากบุหรี่ไฟฟ้าและรู้เท่าทันภัยออนไลน์ โดยขอรับการสนับสนุนการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ผลิต ผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการติดตามและทำหน้าที่กลั่นกรองตรวจสอบข้อมูลออนไลน์พร้อมทั้งเร่งปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับออนไลน์อย่างจริงจัง พร้อมทั้งขอรับการสนับสนุนโครงการภายใต้ &ldquo;กิจกรรม TSC โรงเรียนดีที่หนูรัก&rdquo;</p>

<p>3) ZERO DROPOUT ติดตามและค้นหาเด็กที่ตกหล่น ไม่ได้เข้าเรียน หรือออกกลางคัน ให้กลับเข้ามาเรียนในระบบ กำหนดแนวทางการป้องกัน เฝ้าระวัง ติดตาม ไม่ให้มีเด็กตกหล่นและออกกลางคัน โดยสภานักเรียนทั่วประเทศจะร่วมขับเคลื่อน &ldquo;กิจกรรมสภานักเรียนชวนเพื่อนกลับมาเรียน (TSC ZERO DROPOUT) ตามบริบทและความเหมาะสมของแต่ละโรงเรียน&rdquo;</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiosukhothai.prd.go.th/cms/s229/u1677/8168_2.jpg" style="width: 850px; height: 850px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiosukhothai.prd.go.th/th/file/get/file/20250108420468b91a407f3b2dcbf3c8be088f39161626.jpg' type='image/jpg' length='46022' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. รับทราบข้อเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองเด็ก จากเหตุโศกนาฏกรรมรถทัศนศึกษา บทสรุป]]></title>
<link>https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2367/iid/353813</link>
<guid isPermaLink="false">90dc82081a28135e832e006638269b90</guid>
<pubDate>Wed, 08 Jan 2025 16:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรี มีมติรับทราบข้อเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองเด็กตามหลักสิทธิมนุษยชนจากโศกนาฎกรรมรถทัศนศึกษา ตามที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอ และมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าว โดยทางกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้สรุปผลการพิจารณา หรือผลการดำเนินการดังกล่าวในภาพรวม และจะนำส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป อาทิ เพิ่มความเข้มงวดในการขออนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถโดยสาร การต่ออายุ และการขออนุญาตแก้ไขดัดแปลงต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการพานักเรียน และนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา และจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนภาคบังคับที่มีเนื้อหาการเผชิญเหตุฉุกเฉินให้กับเด็กระดับต่าง ๆ รายละเอียด (7 ม.ค. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบข้อเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองเด็กตามหลักสิทธิมนุษยชนจากโศกนาฎกรรมรถทัศนศึกษา ตามที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอ และมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าว โดยทางกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้สรุปผลการพิจารณา หรือผลการดำเนินการดังกล่าวในภาพรวม และจะนำส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป โดยข้อเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองเด็ก จาก กสม. มีดังนี้</p>

<p>&bull; ให้กรมการขนส่งทางบก เพิ่มความเข้มงวดในการขออนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วย รถโดยสาร การต่ออายุ และการขออนุญาตแก้ไขดัดแปลงต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและบังคับใช้กฎหมายกับรถโดยสารสาธารณะที่ถูกดัดแปลงหรือไม่ได้รับการต่อใบอนุญาต</p>

<p>&bull; ให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียน และนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอย่างเคร่งครัด เช่น การตรวจสอบสภาพรถทัศนศึกษา หรือยานพาหนะให้อยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย การมีแบบฟอร์มประกอบการตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนการเดินทาง รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์คัดเลือกพนักงานขับรถทัศนศึกษาที่มีประสบการณ์</p>

<p>&bull; การอบรมทักษะการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ และจัดให้มีพนักงานประจำรถที่สาธิตและแนะนำวิธีการรับมือหากเกิดอุบัติเหตุ โดยกำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในสัญญาที่จัดหารถทัศนศึกษาพร้อมประกันการเดินทางด้วยทุกครั้ง</p>

<p>&bull; ให้กระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวงมหาดไทย กำชับสถานศึกษาทุกแห่งในสังกัด ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ. 2562 รวมทั้งให้ สตช. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรารถที่นำมาใช้รับส่งนักเรียน</p>

<p>&bull; ให้กระทรวงศึกษาธิการ เร่งรัดปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดทัศนศึกษาให้สอดคล้องกับช่วงวัยของเด็กและเยาวชน รวมทั้ง จัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนภาคบังคับที่มีเนื้อหาการเผชิญเหตุฉุกเฉิน เตรียมความพร้อมหากเกิดอุบัติเหตุให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวมถึงกำหนดชั่วโมงเรียนเพื่อฝึกปฏิบัติและเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุทุกปี</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiosukhothai.prd.go.th/cms/s229/u1677/8168_1.jpg" style="width: 850px; height: 850px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiosukhothai.prd.go.th/th/file/get/file/20250108f99c5e231b71c717ded06cc535f5edba161358.jpg' type='image/jpg' length='34569' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“คมนาคม”พร้อมรับประชาชนเดินทางกลับด้วยความสะดวก-ปลอดภัย เผยภาพรวม ปี 2568 อุบัติเหตุลดลง]]></title>
<link>https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2367/iid/352610</link>
<guid isPermaLink="false">72f5e1407daeb387d6858356867cb60a</guid>
<pubDate>Fri, 03 Jan 2025 11:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;กระทรวงคมนาคม เผยตัวเลขภาพรวมการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 สามารถบริหารจัดการเดินทางไป - กลับภูมิลำเนาได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง จากข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (27 ธ.ค. 67 - 1 ม.ค. 68) เกิดอุบัติเหตุทางบกรวม 1,243 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 195 คน ผู้บาดเจ็บ 1,565 คน สาเหตุเกิดจากขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ นนทบุรี ปทุมธานี และอุดรธานี ขณะที่ กรุงเทพมหานคร เกิดเหตุสูงสุด (39 ครั้ง) จากข้อมูลทั่วประเทศเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนอุบัติเหตุลดลง ร้อยละ 4.97 แต่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 21.88 และผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.90 ส่วนทางอากาศไม่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ กระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนาให้มีความสะดวก ปลอดภัย และบริหารจัดการการเชื่อมต่อล้อ - ราง - เรือ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนคดีคุมประพฤติรายงาน 6 วัน (27 ธ.ค. 67-1 ม.ค. 68) ยอดสะสมรวม 5,587 คดี (ส่วนใหญ่คดีขับรถขณะเมาสุรา ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และนนทบุรี) ยอดติด EM สะสม 33 ราย (2 ม.ค. 68) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยตัวเลขภาพรวมการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 โดยทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมร่วมมือร่วมใจอำนวยความสะดวกและให้บริการการเดินทางประชาชนอย่างเต็มกำลัง ช่วง 6 วันที่ผ่านมาพบว่า สามารถบริหารจัดการเดินทางไป - กลับภูมิลำเนาได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ทั้งนี้ จากข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม สรุปสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคม ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 (สะสม 6 วัน) ณ วันที่ 2 มกราคม 2568 เวลา 07.30 น. พบว่า</p>

<p>&bull; ทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 1,243 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 195 คน ผู้บาดเจ็บ 1,565 คน</p>

<p>&bull; สาเหตุจากขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด 888 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 61.97 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด คือ จักรยานยนต์ 783 คัน บริเวณที่เกิดเหตุสูงสุด คือ ทางตรง ไม่มีความลาดชัน 997 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 69.57</p>

<p>&bull; จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ นนทบุรี ปทุมธานี และอุดรธานี จังหวัดละ 6 คน โดยจังหวัดที่เกิดเหตุสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร 39 ครั้ง</p>

<p>&bull; เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อุบัติเหตุลดลง ร้อยละ 4.97 แต่ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 21.88 และผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.90</p>

<p>&bull; พบอุบัติเหตุบนโครงข่ายทางราง 2 ครั้ง และทางน้ำ 1 ครั้ง ส่วนทางอากาศไม่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมรองรับประชาชนเดินทางกลับ กระทรวงคมนาคม ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนาให้มีความสะดวก ปลอดภัย และบริหารจัดการการเชื่อมต่อล้อ - ราง - เรือ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด</p>

<p>&bull; ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง ช่องทางบริการให้ข้อมูลข่าวสาร และจุดบริการประชาชนผ่านศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 ตลอด 24 ชั่วโมง</p>

<p>&bull; กรมทางหลวง ได้เปิดช่องทางพิเศษขาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเร่งระบายรถเนื่องจากพบว่าสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพและทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สามารถสอบถามข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางและข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง บริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ โดยรถโดยสารที่จะเข้าส่งผู้โดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ทุกคัน จะจอดส่งผู้โดยสารที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตู 3 เพื่อให้สามารถเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีแดง รถเมล์ และรถแท็กซี่ได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจัดรถโดยสารเข้าจอดรับ - ส่ง บริการประชาชนในสถานีขนส่งหมอชิต 2 และเพิ่มการจัดคิวให้บริการแท็กซี่เพื่อความสะดวกและเป็นระเบียบ ไม่แออัด กรมการขนส่งทางราง ได้มีการประสานงานไปยังผู้ให้บริการระบบรางต่าง ๆ ซึ่งคาดการณ์ว่าตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 ประชาชนจากภูมิภาคต่าง ๆ จะเริ่มทยอยกลับจากภูมิลำเนา ประกอบกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พบว่า บรรยากาศของผู้โดยสารตามสถานีปลายทางในเส้นทางสายเหนือ สายใต้ สายตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะนี้เริ่มมีผู้โดยสารทยอยกลับเข้ากรุงเทพฯ สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาต่อรถที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้อย่างสะดวก เช่น รถไฟฟ้า รถแท็กซี่ หรือรถประจำทาง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย คดีคุมประพฤติ 6 วันยอดสะสม รวม 5,587 คดี (2 ม.ค. 68) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีคุมประพฤติต้อนรับปีใหม่ 2568 โดยเฉพาะวันที่ 1 มกราคม 2568 มีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติรวมทั้งสิ้น 1,567 คดี โดยเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 1,542 คดี และคดีขับเสพ 25 คดี สรุปยอดสะสม 6 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 มีคดีคุมประพฤติรวม 5,587 คดี ยอดติด EM (อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring : EM)) สะสม 33 ราย ดังนี้:</p>

<p>&bull; คดีขับรถขณะเมาสุรา 5,426 คดี (ร้อยละ 97.12) ติด EM 32 ราย</p>

<p>&bull; คดีขับเสพ 157 คดี (ร้อยละ 2.81) ติด EM 1 ราย</p>

<p>&bull; คดีขับรถประมาท 4 คดี (ร้อยละ 0.07)</p>

<p>&bull; จังหวัดที่มียอดสะสมคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (420 คดี) เชียงใหม่ (418 คดี) และนนทบุรี (325 คดี)</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiosukhothai.prd.go.th/cms/s229/u1677/3168_2.jpg" style="width: 850px; height: 850px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiosukhothai.prd.go.th/th/file/get/file/2025010340e86d361d34c59c9c27b3cc0077d739112941.jpg' type='image/jpg' length='70829' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ คิกออฟ 30 บาท รักษาทุกที่ เฟส 4 ครอบคลุมทั่วประเทศ  1 มกราคม 2568]]></title>
<link>https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2367/iid/351009</link>
<guid isPermaLink="false">8de30727afdefd159343a79d3f2314a7</guid>
<pubDate>Thu, 26 Dec 2024 11:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน &ldquo;Kick off 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทย สุขภาพดีถ้วนหน้า ระยะที่ 4 ครอบคลุมทั่วประเทศ 1 มกราคม 2568&rdquo; ทั้งนี้ นโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ได้เริ่มดำเนินการระยะที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2567 ใน 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดแพร่ เพชรบุรี ร้อยเอ็ด และนราธิวาส โดยตลอดปีที่ผ่านมา มีการขยายพื้นที่บริการสู่ระยะที่ 2 และ 3 มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด (25 ธ.ค. 67) Kick off 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทย สุขภาพดีถ้วนหน้า ระยะที่ 4 เพิ่มอีก 31 จังหวัด ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2568 (12 ก.ย. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา รัฐบาลมีนโยบายยกระดับระบบสาธารณสุขให้ดียิ่งกว่าเดิม โดยต่อยอดจากรัฐบาลที่แล้วในการยกระดับระบบสาธารณสุขไทย จาก &ldquo;30 บาทรักษาทุกโรค&rdquo; มาเป็น &ldquo;30 บาทรักษาทุกที่&rdquo; ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพในระบบบริการสาธารณสุข และการขยายเครือข่ายการบริการระดับปฐมภูมิ พัฒนาระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เพื่อให้คนไทยเข้าถึงระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ลดเวลาและค่าใช้จ่าย รัฐบาลจะสานต่อโครงการฉีดวัคชีนปากมดลูก (HPV) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมทั้งเพิ่มการเข้าถึงการรักษาและบริการด้านสุขภาพจิตและยาเสพติด ไทม์ไลน์เดินหน้าโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว (7 ม.ค. 67) เริ่มต้น &ldquo;30 บาทรักษาทุกที่&rdquo; ครั้งแรกใน 4 จังหวัดนำร่อง คือ จังหวัดแพร่ เพชรบุรี ร้อยเอ็ด และนราธิวาส</p>

<p>(1 มี.ค. 67) เริ่มระยะที่ 2 นำร่อง 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สิงห์บุรี สระแก้ว หนองบัวลำภู นครราชสีมา อำนาจเจริญ และพังงา</p>

<p>(1 พ.ค. 67) ระยะที่ 3 จำนวน 33 จังหวัด ใน 6 เขตสุขภาพ คือ เขตสุขภาพที่ 1, 3, 4, 8, 9 และ 12</p>

<p>​(27 ก.ย. 67) นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาหัวข้อ &ldquo;จาก 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า&rdquo; และกล่าวถึงความสำเร็จในการดำเนินงานตลอด 8 เดือน พร้อมประกาศขยายโครงการ &ldquo;30 บาทรักษาทุกที่&rdquo; สู่กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่ 46</p>

<p>​(25 ธ.ค. 67) Kick off 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทย สุขภาพดีถ้วนหน้า ระยะที่ 4 เพิ่มอีก 31 จังหวัด ครอบคลุมทั่วประเทศเริ่มวันที่ 1 มกราคม 2568 นายกฯ คิกออฟ &ldquo;30 บาท รักษาทุกที่&rdquo; ครอบคลุมทั่วไทย ชูทำสำเร็จตามเป้าหมาย 1 ปี​</p>

<p>(25 ธ.ค. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน &ldquo;Kick off 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทย สุขภาพดีถ้วนหน้า ระยะที่ 4 ครอบคลุมทั่วประเทศ 1 มกราคม 2568&rdquo; นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงการ &ldquo;30 บาทรักษาทุกที่&rdquo; ได้เดินทางมาถึงระยะที่ 4 โดยตั้งแต่ต้นปี 2567 ได้เริ่มระยะที่ 1 ใน 4 จังหวัดนำร่อง ซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะเปิดให้ครบทั่วทุกจังหวัดได้เร็วที่สุด เพื่อลดปัญหาภาระของประชาชน เปิดตัวระยะที่ 4 ประชาชนจะได้ใช้บริการ 30 บาทรักษาทุกที่อย่างเต็มรูปแบบทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป รัฐบาลทำได้สำเร็จตามเป้าหมายใน 1 ปี เปิดครบทุกเฟส ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความทันสมัยมากขึ้น และเข้ามามีบทบาทอย่างมาก จากประชาชนที่เคยต่อคิวนาน ๆ ก็สามารถจองบริการผ่านแอปพลิเคชันได้ ไม่ต้องต่อคิวโรงพยาบาลเสียเวลาเป็นวัน ช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนต่อไปในวันข้างหน้า เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของประชาชนแล้ว 100% ประชาชนใช้สิทธิเพิ่มขึ้น 80,000 คน นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ 30 บาทรักษาทุกที่ได้เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของประชาชนแล้ว 100% ประชาชนทุกคนมี Health ID ประจำตัว ได้รับบริการรักษาพยาบาลที่สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนการให้บริการแก่ประชาชน รวมทั้ง &ldquo;ตู้ห่วงใย&rdquo; ซึ่งเป็นตู้ tele med ที่ให้บริการการแพทย์ทางไกลผ่านการปรึกษาหมอออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้นและสะดวกยิ่งขึ้นในทุกพื้นที่ ทั้งนี้ ประชาชนที่ไม่เคยใช้สิทธิ 30 บาทมาก่อน มาใช้ 30 บาทรักษาทุกที่ มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 80,000 คน แนวทางการพัฒนาระบบสาธารณสุข 6 ด้าน ​สำหรับปี 2568 รัฐบาลมีแนวทางการพัฒนาระบบสาธารณสุข 6 ด้าน ดังนี้ 1) การพัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุ 2) สร้าง Care Giver หรือนักบริบาลผู้สูงอายุ 15,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ 3) การดูแลสุขภาพของประชาชนด้วยการคัดกรองเร็ว รู้เร็ว รักษาง่าย ปัจจุบันมีชุดตรวจคัดกรองด้วยตนเองที่ประชาชนใช้แค่บัตรประชาชนไปขอรับได้ที่ร้านยา 4) การดูแลสุขภาพจิตของคนไทย ด้วยบริการจิตเวชครบวงจรตั้งแต่การป้องกัน รักษา ให้คำปรึกษา และบำบัด 5) การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยติดสารเสพติดกลับสู่สังคม</p>

<p>6) ขับเคลื่อน 50 โรงพยาบาล 50 เขต เพื่อคนกรุงเทพฯ มีโรงพยาบาลใกล้บ้านเป็นที่พึ่ง พร้อมกันนี้ รัฐบาลพร้อมที่จะดูแลประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้อยู่ในระบบสาธารณสุขที่สะดวก รวดเร็วให้กับคนไทยทั้งประเทศ</p>

<p><a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZWUNZpKyZHuH8f8Jme6_eQg8-7jlUpVSW8CMoIgD5uB4m_77n2xhyHAbPA4wgrtbRmtXNruIJuxAFta92aee1MthLsxhTQRyqcRN2fcvEJ86PsN0Gm95FqRiz4PHNH71mMTyLiMsBNIhkKHznZgux3g8Fww_Ofn05L_qzHFWLFRRkTlWadNKRp1gFwXrC--KLPw5bUqoV9fEBEzvUrrGCCMwa3D111eB6GF1-YUPInIGq81GehUcBamOVrYJZXpjViE_S6VwLWpbXQWGwb-wLKT4EzbbWNbVCLBz_SkNKoRnlNaIomTwRT8PzvkTBhSG8FEZ4m51d9CUbpUvZ9Ep8uaqU39OFJrzlVacUAkOlkAjfttdvi4algtNRpRJu4RW_cSyD06rwZI4jMYbXk2JXZtXpjX9IXYpKz2sfsUQ1_2bklY9YBz3JaOoc3t0pp3wodeiL3yHGVHiUQH1X_2zH75B76Y0z78NYmXDMsAqZL-JKoc8EDArLRI_9m8usmYqSaBgVSDkhi6BuPS083E8TAjmVBt8W34e-HThQ22S7JfMagRrlK9wE4HWmSkunqSfNfGXL8aEXtGTUupymgC5xN4LpLr2aG77K0ku-uI7u1oy68XL6M_UgYwcG0Llh7_qEtchS7dLZa3KsDNgAp_YuRewwksXrX4T6NwZ-TsiEDJ2WCS5SatR1jV16tR7QHPwAiWTAWfO4gsEIWWHmEtbieLGo1E8MLfMPu75eO9BYMwVATecHrI-B8nesbUU-dJkfrkT7AFfy1JkyfP999fA7oX70L44gYQnHaNxPCxOUtIK5Ti57jAnR03_0oEfWu2sphJjkGr_gUIFqUEi8sniZeQg1UXNP5h76-8AMWhE30VH_Xl3g_CeF90czbSgGp3EaGFMlaQ9HNudY-pPT1P5v_QyMtixOairt_MFXoUFZobJfbsMSAjqaTQZWlrJP66ornH-ITV3QXuGpWeFRO5By1t6Se1onUgnxtXmbnj6wDp7e_n68e3UQpwhJh7o2YYm2nKCUld7_p6TxTuMOSyBlk2DAcb886jWNB-3rhowzses_fxTHgoLkm8_gxrR8VNcPgd3lfAgwIZwA6s2Fd9WJM-cjT_L3sAStRGDp43sChV3xMX5gi2qyQONWNawiEeJLrDPzbkdoG9kAmOCAvFuc4YDPBmmF9hIyWZgvH3evdBmO3rrV3cnmL9EfKcLRlFbjxIx-ZEWVqnf_KedvoYeFU2V9WedBd9thOD7DfbTzC-bcDWp43WJMX6tHxsTZ4yfIvm8tMICz14-eqvHeiU3uhaEmZe1seb6IpOP2ZoLOYJDXz12t3aQTWhLyBIGmTWdYCboYPIKIa76ZJKAJyoKnIL" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%AF%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%9F30%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%AA4%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWqS7NHqVf43jv9pEd27AEvFijZGa_OnRNC1zdcWhosBoC-I_pcYkcd3a_USh79ufnP9H_DcREsVT3zCQjq6UxDk_TLfC2OCmjIzpfHbzuc1A0HgOzGWFNQupZiFHR91AOV7tZxGQD2vtt2e6Wi9ECmEQWIGST33zFAC0i8_u30FIBAa7S-mZgXYwP5AhZR79E&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#นายกฯคิกออฟ30บาทรักษาทุกที่เฟส4ครอบคลุมทั่วประเทศ</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZWUNZpKyZHuH8f8Jme6_eQg8-7jlUpVSW8CMoIgD5uB4m_77n2xhyHAbPA4wgrtbRmtXNruIJuxAFta92aee1MthLsxhTQRyqcRN2fcvEJ86PsN0Gm95FqRiz4PHNH71mMTyLiMsBNIhkKHznZgux3g8Fww_Ofn05L_qzHFWLFRRkTlWadNKRp1gFwXrC--KLPw5bUqoV9fEBEzvUrrGCCMwa3D111eB6GF1-YUPInIGq81GehUcBamOVrYJZXpjViE_S6VwLWpbXQWGwb-wLKT4EzbbWNbVCLBz_SkNKoRnlNaIomTwRT8PzvkTBhSG8FEZ4m51d9CUbpUvZ9Ep8uaqU39OFJrzlVacUAkOlkAjfttdvi4algtNRpRJu4RW_cSyD06rwZI4jMYbXk2JXZtXpjX9IXYpKz2sfsUQ1_2bklY9YBz3JaOoc3t0pp3wodeiL3yHGVHiUQH1X_2zH75B76Y0z78NYmXDMsAqZL-JKoc8EDArLRI_9m8usmYqSaBgVSDkhi6BuPS083E8TAjmVBt8W34e-HThQ22S7JfMagRrlK9wE4HWmSkunqSfNfGXL8aEXtGTUupymgC5xN4LpLr2aG77K0ku-uI7u1oy68XL6M_UgYwcG0Llh7_qEtchS7dLZa3KsDNgAp_YuRewwksXrX4T6NwZ-TsiEDJ2WCS5SatR1jV16tR7QHPwAiWTAWfO4gsEIWWHmEtbieLGo1E8MLfMPu75eO9BYMwVATecHrI-B8nesbUU-dJkfrkT7AFfy1JkyfP999fA7oX70L44gYQnHaNxPCxOUtIK5Ti57jAnR03_0oEfWu2sphJjkGr_gUIFqUEi8sniZeQg1UXNP5h76-8AMWhE30VH_Xl3g_CeF90czbSgGp3EaGFMlaQ9HNudY-pPT1P5v_QyMtixOairt_MFXoUFZobJfbsMSAjqaTQZWlrJP66ornH-ITV3QXuGpWeFRO5By1t6Se1onUgnxtXmbnj6wDp7e_n68e3UQpwhJh7o2YYm2nKCUld7_p6TxTuMOSyBlk2DAcb886jWNB-3rhowzses_fxTHgoLkm8_gxrR8VNcPgd3lfAgwIZwA6s2Fd9WJM-cjT_L3sAStRGDp43sChV3xMX5gi2qyQONWNawiEeJLrDPzbkdoG9kAmOCAvFuc4YDPBmmF9hIyWZgvH3evdBmO3rrV3cnmL9EfKcLRlFbjxIx-ZEWVqnf_KedvoYeFU2V9WedBd9thOD7DfbTzC-bcDWp43WJMX6tHxsTZ4yfIvm8tMICz14-eqvHeiU3uhaEmZe1seb6IpOP2ZoLOYJDXz12t3aQTWhLyBIGmTWdYCboYPIKIa76ZJKAJyoKnIL" href="https://www.facebook.com/hashtag/30%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWqS7NHqVf43jv9pEd27AEvFijZGa_OnRNC1zdcWhosBoC-I_pcYkcd3a_USh79ufnP9H_DcREsVT3zCQjq6UxDk_TLfC2OCmjIzpfHbzuc1A0HgOzGWFNQupZiFHR91AOV7tZxGQD2vtt2e6Wi9ECmEQWIGST33zFAC0i8_u30FIBAa7S-mZgXYwP5AhZR79E&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#30บาทรักษาทุกที่</a></p>

<p><a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZWUNZpKyZHuH8f8Jme6_eQg8-7jlUpVSW8CMoIgD5uB4m_77n2xhyHAbPA4wgrtbRmtXNruIJuxAFta92aee1MthLsxhTQRyqcRN2fcvEJ86PsN0Gm95FqRiz4PHNH71mMTyLiMsBNIhkKHznZgux3g8Fww_Ofn05L_qzHFWLFRRkTlWadNKRp1gFwXrC--KLPw5bUqoV9fEBEzvUrrGCCMwa3D111eB6GF1-YUPInIGq81GehUcBamOVrYJZXpjViE_S6VwLWpbXQWGwb-wLKT4EzbbWNbVCLBz_SkNKoRnlNaIomTwRT8PzvkTBhSG8FEZ4m51d9CUbpUvZ9Ep8uaqU39OFJrzlVacUAkOlkAjfttdvi4algtNRpRJu4RW_cSyD06rwZI4jMYbXk2JXZtXpjX9IXYpKz2sfsUQ1_2bklY9YBz3JaOoc3t0pp3wodeiL3yHGVHiUQH1X_2zH75B76Y0z78NYmXDMsAqZL-JKoc8EDArLRI_9m8usmYqSaBgVSDkhi6BuPS083E8TAjmVBt8W34e-HThQ22S7JfMagRrlK9wE4HWmSkunqSfNfGXL8aEXtGTUupymgC5xN4LpLr2aG77K0ku-uI7u1oy68XL6M_UgYwcG0Llh7_qEtchS7dLZa3KsDNgAp_YuRewwksXrX4T6NwZ-TsiEDJ2WCS5SatR1jV16tR7QHPwAiWTAWfO4gsEIWWHmEtbieLGo1E8MLfMPu75eO9BYMwVATecHrI-B8nesbUU-dJkfrkT7AFfy1JkyfP999fA7oX70L44gYQnHaNxPCxOUtIK5Ti57jAnR03_0oEfWu2sphJjkGr_gUIFqUEi8sniZeQg1UXNP5h76-8AMWhE30VH_Xl3g_CeF90czbSgGp3EaGFMlaQ9HNudY-pPT1P5v_QyMtixOairt_MFXoUFZobJfbsMSAjqaTQZWlrJP66ornH-ITV3QXuGpWeFRO5By1t6Se1onUgnxtXmbnj6wDp7e_n68e3UQpwhJh7o2YYm2nKCUld7_p6TxTuMOSyBlk2DAcb886jWNB-3rhowzses_fxTHgoLkm8_gxrR8VNcPgd3lfAgwIZwA6s2Fd9WJM-cjT_L3sAStRGDp43sChV3xMX5gi2qyQONWNawiEeJLrDPzbkdoG9kAmOCAvFuc4YDPBmmF9hIyWZgvH3evdBmO3rrV3cnmL9EfKcLRlFbjxIx-ZEWVqnf_KedvoYeFU2V9WedBd9thOD7DfbTzC-bcDWp43WJMX6tHxsTZ4yfIvm8tMICz14-eqvHeiU3uhaEmZe1seb6IpOP2ZoLOYJDXz12t3aQTWhLyBIGmTWdYCboYPIKIa76ZJKAJyoKnIL" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWqS7NHqVf43jv9pEd27AEvFijZGa_OnRNC1zdcWhosBoC-I_pcYkcd3a_USh79ufnP9H_DcREsVT3zCQjq6UxDk_TLfC2OCmjIzpfHbzuc1A0HgOzGWFNQupZiFHR91AOV7tZxGQD2vtt2e6Wi9ECmEQWIGST33zFAC0i8_u30FIBAa7S-mZgXYwP5AhZR79E&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#กระทรวงสาธารณสุข</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZWUNZpKyZHuH8f8Jme6_eQg8-7jlUpVSW8CMoIgD5uB4m_77n2xhyHAbPA4wgrtbRmtXNruIJuxAFta92aee1MthLsxhTQRyqcRN2fcvEJ86PsN0Gm95FqRiz4PHNH71mMTyLiMsBNIhkKHznZgux3g8Fww_Ofn05L_qzHFWLFRRkTlWadNKRp1gFwXrC--KLPw5bUqoV9fEBEzvUrrGCCMwa3D111eB6GF1-YUPInIGq81GehUcBamOVrYJZXpjViE_S6VwLWpbXQWGwb-wLKT4EzbbWNbVCLBz_SkNKoRnlNaIomTwRT8PzvkTBhSG8FEZ4m51d9CUbpUvZ9Ep8uaqU39OFJrzlVacUAkOlkAjfttdvi4algtNRpRJu4RW_cSyD06rwZI4jMYbXk2JXZtXpjX9IXYpKz2sfsUQ1_2bklY9YBz3JaOoc3t0pp3wodeiL3yHGVHiUQH1X_2zH75B76Y0z78NYmXDMsAqZL-JKoc8EDArLRI_9m8usmYqSaBgVSDkhi6BuPS083E8TAjmVBt8W34e-HThQ22S7JfMagRrlK9wE4HWmSkunqSfNfGXL8aEXtGTUupymgC5xN4LpLr2aG77K0ku-uI7u1oy68XL6M_UgYwcG0Llh7_qEtchS7dLZa3KsDNgAp_YuRewwksXrX4T6NwZ-TsiEDJ2WCS5SatR1jV16tR7QHPwAiWTAWfO4gsEIWWHmEtbieLGo1E8MLfMPu75eO9BYMwVATecHrI-B8nesbUU-dJkfrkT7AFfy1JkyfP999fA7oX70L44gYQnHaNxPCxOUtIK5Ti57jAnR03_0oEfWu2sphJjkGr_gUIFqUEi8sniZeQg1UXNP5h76-8AMWhE30VH_Xl3g_CeF90czbSgGp3EaGFMlaQ9HNudY-pPT1P5v_QyMtixOairt_MFXoUFZobJfbsMSAjqaTQZWlrJP66ornH-ITV3QXuGpWeFRO5By1t6Se1onUgnxtXmbnj6wDp7e_n68e3UQpwhJh7o2YYm2nKCUld7_p6TxTuMOSyBlk2DAcb886jWNB-3rhowzses_fxTHgoLkm8_gxrR8VNcPgd3lfAgwIZwA6s2Fd9WJM-cjT_L3sAStRGDp43sChV3xMX5gi2qyQONWNawiEeJLrDPzbkdoG9kAmOCAvFuc4YDPBmmF9hIyWZgvH3evdBmO3rrV3cnmL9EfKcLRlFbjxIx-ZEWVqnf_KedvoYeFU2V9WedBd9thOD7DfbTzC-bcDWp43WJMX6tHxsTZ4yfIvm8tMICz14-eqvHeiU3uhaEmZe1seb6IpOP2ZoLOYJDXz12t3aQTWhLyBIGmTWdYCboYPIKIa76ZJKAJyoKnIL" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A520%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWqS7NHqVf43jv9pEd27AEvFijZGa_OnRNC1zdcWhosBoC-I_pcYkcd3a_USh79ufnP9H_DcREsVT3zCQjq6UxDk_TLfC2OCmjIzpfHbzuc1A0HgOzGWFNQupZiFHR91AOV7tZxGQD2vtt2e6Wi9ECmEQWIGST33zFAC0i8_u30FIBAa7S-mZgXYwP5AhZR79E&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#นโยบายรัฐบาล20กระทรวง</a></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiosukhothai.prd.go.th/cms/s229/u1677/261267_3.jpg" style="width: 850px; height: 850px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiosukhothai.prd.go.th/th/file/get/file/2024122634053ffa92f092665320cf19d4aa7f06112908.jpg' type='image/jpg' length='40934' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชุดของขวัญปีใหม่ 2568 กระทรวงแรงงานมอบให้ลูกจ้าง นายจ้าง 7 รายการ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท]]></title>
<link>https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2367/iid/351001</link>
<guid isPermaLink="false">cf35630417b0a8bfd4b2a8c1325d1019</guid>
<pubDate>Thu, 26 Dec 2024 11:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 กระทรวงแรงงานเตรียมของขวัญปีใหม่ที่จะมอบให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ทั่วประเทศ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่พี่น้องแรงงานทุกคน นายจ้าง ลูกจ้าง รวมถึงสถานประกอบกิจการ จำนวน 7 รายการ มูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพ บรรเทาภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ บริการล้างแอร์ฟรี บริการตรวจสภาพรถช่วงก่อนและระหว่างเทศกาลปีใหม่ การอบรมประเมินมาตรฐานแรงงานไทยระดับพื้นฐาน มอบการอบรมความปลอดภัย ยกระดับคุณภาพให้ผู้ประกันตนตรวจและรักษามะเร็งฟรี รวมถึงมอบระบบรายงานจุดเสี่ยงอันตราย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานในสถานประกอบกิจการ กระทรวงแรงงานมอบของขวัญปีใหม่ 2568 ให้ลูกจ้างนายจ้าง รวม 7 รายการ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท (24 ธ.ค.2567) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในปี 2568 กระทรวงแรงงานได้เตรียมของขวัญปีใหม่ที่จะมอบให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ เพื่อเป็นกำลังใจแก่ พี่น้องแรงงานทุกคน จำนวน 7 รายการ มูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท ดังนี้</p>

<p>&bull; 1. กรมการจัดหางาน มอบแหล่งเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพ วงเงินกู้ 50,000 &ndash; 300,000 บาท</p>

<p>- ดอกเบี้ย 0% 24 เดือน</p>

<p>- ให้กู้กองทุนสำหรับผู้รับงานไปทำที่บ้าน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพแก่ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยรายบุคคลยื่นคำขอกู้ ไม่เกิน 50,000 บาท และ รายกลุ่มบุคคล กู้ไม่เกิน 300,000 บาท</p>

<p>- ระยะเวลา ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2567 - 31 มีนาคม 2568 และทำสัญญาให้เสร็จสิ้น ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568</p>

<p>- กรอบวงเงินมูลค่า 5,000,000 บาท</p>

<p>- ผู้สนใจติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์กรมการจัดหางาน</p>

<p>&bull; 2. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มอบบริการล้างแอร์ฟรี บ้านละ 1 เครื่อง จำนวน 10,000 ครัวเรือน</p>

<p>- บริการล้างแอร์ฟรีแก่ประชาชนทั่วประเทศที่มีบ้านพักอาศัยไม่เกิน 2 ชั้น บ้านละ 1 เครื่อง</p>

<p>- โดยจองสิทธิ์ผ่านคิวอาร์โค๊ด จำนวนจำกัดเพียง 10,000 ครัวเรือน รวมมูลค่า 5,000,000 บาท</p>

<p>- ลงทะเบียนก่อนมีสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 24 - 31 ธันวาคม 2567 เริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 เป็นต้นไป</p>

<p>- สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบัน/สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสายด่วน กระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</p>

<p>&bull; 3. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มอบบริการตรวจสภาพรถ ช่วงก่อนและระหว่างเทศกาลปีใหม่ รวม 9 วัน ให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ระหว่างวันที่ 24 - 1 มกราคม 2568</p>

<p>- สถานที่ดำเนินการ สถาบัน/สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด และจุดบริการบนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดนครสวรรค์ นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ฯลฯ</p>

<p>- ให้บริการตรวจเช็คสภาพรถ ให้มีความพร้อมก่อนเดินทาง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ</p>

<p>- สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบัน/สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสายด่วน กระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</p>

<p>&bull; 4. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มอบการอบรมประเมินมาตรฐานแรงงานไทยระดับพื้นฐาน มรท.8001 และงานขนส่ง มรท.8003 ให้ผู้ประกอบการ 200 แห่ง</p>

<p>- ระยะเวลาดำเนินการในการยื่นคำขอในเดือนมกราคม 2568</p>

<p>- ประเมินฟรี ภายในเดือนเมษายน 2568 เพื่อให้สถานประกอบกิจการได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย</p>

<p>- ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับสถานประกอบกิจการ สำหรับการประเมิน รวมมูลค่า 9,000,000 บาท (200 แห่ง ๆ ละ 45,000 บาท)</p>

<p>- ติดต่อได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทุกจังหวัดทั่วประเทศ</p>

<p>&bull; 5. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มอบการอบรมความปลอดภัย Safety Culture Together ให้ลูกจ้าง/เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย จำนวน 10,000 คน</p>

<p>- กิจกรรม &ldquo;อบรมฟรี SAFETY CULTURE TOGETHER&rdquo; โครงการนี้ทำให้ลูกจ้างได้มีองค์ความรู้ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน</p>

<p>- ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับนายจ้าง ในการส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรม มูลค่า 10,000,000 บาท (คนละ 1,000 บาท จำนวน 10,000 คน)</p>

<p>- ติดต่อได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม - มีนาคม 2568</p>

<p>&bull; 6. สำนักงานประกันสังคม ยกระดับคุณภาพให้ผู้ประกันตน ตรวจและรักษามะเร็งฟรี ตามโครงการ SSO Cancer Care (Social Security Office Cancer Care : โครงการรักษาโรคมะเร็งที่มีคุณภาพสำหรับผู้ประกันตนแบบครบวงจร)</p>

<p>- รักษาโรคมะเร็งที่มีคุณภาพสำหรับผู้ประกันตนแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยจนถึงการรักษาซึ่งผู้ประกันตนสามารถตัดสินใจร่วมกับแพทย์ที่ทำการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิผู้ประกันตน</p>

<p>- สอบถามเพิ่มได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทร.สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 1 สำนักงานประกันสังคม</p>

<p>&bull; 7. สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มอบระบบรายงานจุดเสี่ยงอันตราย T-OSH app risk report for Safe Workplace</p>

<p>- สถานประกอบกิจการจะได้รับการติดตั้งระบบรายงานจุดเสี่ยงอันตราย และประเมินความเสี่ยงขั้นต้นฟรี เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานในสถานประกอบกิจการ</p>

<p>- เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 - 31 มกราคม 2568</p>

<p>- สถานประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการติดต่อได้ที่สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ หรือ เว็บไซต์ สสปท.</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiosukhothai.prd.go.th/cms/s229/u1677/261267_1.jpg" style="width: 850px; height: 850px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiosukhothai.prd.go.th/th/file/get/file/202412266927797bb396d0bfaa1fd3e87098442d112038.jpg' type='image/jpg' length='35136' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติ 3 มาตรการภาษี กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ บทสรุป]]></title>
<link>https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2367/iid/350718</link>
<guid isPermaLink="false">1da44edd57a935983664cd5025b5e883</guid>
<pubDate>Wed, 25 Dec 2024 14:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบมาตรการภาษี 3 มาตรการ ได้แก่ 1) มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการแพทย์และการสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยมีบริการการแพทย์และบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ และช่วยให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงบริการการแพทย์และบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง 2) มาตรการ &ldquo;Easy E-Receipt 2.0&rdquo; เพื่อสนับสนุนการบริโภคในประเทศ ส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่นสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง และ 3) มาตรการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสถานบริการหรือหย่อนใจ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ รายละเอียด กรมสรรพากรออกมาตรการภาษี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการแพทย์และการสาธารณสุข (24 ธ.ค. 67) ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการแพทย์และการสาธารณสุข) ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) โดยกรมสรรพากร เสนอ ด้วยมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคด้านสาธารณสุข ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 756) พ.ศ. 2565 และพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 771) พ.ศ. 2566 กำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาการให้สิทธิหักลดหย่อนภาษี ในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาบริการการแพทย์และบริการสาธารณสุข ของประเทศอย่างต่อเนื่อง เห็นควรขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคด้านสาธารณสุขและปรับปรุงเป็นมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการแพทย์และการสาธารณสุข เพื่อให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างครบถ้วน โดยยกร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้</p>

<p>&bull; ให้บุคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีสิทธิหักลดหย่อนเงินบริจาคหรือหักรายจ่ายการบริจาคได้ 2 เท่า สำหรับการบริจาคเพื่อกิจกรรมหรือโครงการสาธารณกุศลหรือสาธารณประโยชน์ให้แก่องค์การหรือมูลนิธิ 27 แห่ง (เดิมมี 16 แห่ง) ได้แก่</p>

<p>1) สภากาชาดไทย</p>

<p>2) มูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี</p>

<p>3) มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</p>

<p>4) มูลนิธิชัยพัฒนา</p>

<p>5) ศิริราชมูลนิธิ</p>

<p>6) มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</p>

<p>7) มูลนิธิจุฬาภรณ์&nbsp;</p>

<p>8)&nbsp;มูลนิธิโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศิริราช</p>

<p>9) มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</p>

<p>10) มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์</p>

<p>11) มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี</p>

<p>12) มูลนิธิสมเด็จพระปิ่นเกล้า</p>

<p>13) มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือ ในพระบรมราชินูปถัมภ์</p>

<p>14) มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>

<p>15) มูลนิธิสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา</p>

<p>16) มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก องค์การและมูลนิธิรายใหม่ จำนวน 11 แห่ง ที่เป็นการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร</p>

<p>17) มูลนิธิกาญจนบารมี</p>

<p>18) มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์</p>

<p>19) มูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์</p>

<p>20) มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์</p>

<p>21) มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์</p>

<p>22) มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ</p>

<p>23) มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในพระบรมราชินูปถัมภ์</p>

<p>24) มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์</p>

<p>25) มูลนิธิสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ</p>

<p>26) มูลนิธิโรงพยาบาลหาดใหญ่</p>

<p>27) มูลนิธิโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช</p>

<p>&bull; ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่หน่วยรับบริจาคดังกล่าว (การบริจาคทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น ที่ดิน รถยนต์ และทองคำ เป็นต้น) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2570 (ขยายระยะเวลาออกไปอีก 3 ปี) ก.คลัง คาดมีผู้ใช้สิทธิปีละ 1 ล้านราย ทำรัฐสูญเสียรายได้ภาษีปีละประมาณ 900 ล้านบาท กระทรวงการคลัง ได้จัดทำประมาณการการสูญเสียรายได้และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับตามมาตรา 27 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ (บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล) รวมกันปีละประมาณ 1 ล้านราย จึงจะทำให้สูญเสียรายได้ภาษีปีละประมาณ 900 ล้านบาท รวม 3 ปีประมาณ 2,700 ล้านบาท แต่จะมีประโยชน์และสามารถช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงบริการการแพทย์และบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงมากขึ้น ส่งเสริมให้ประเทศไทยมีบริการการแพทย์และบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน และช่วยให้ประเทศไทยมีงานวิจัยด้านการแพทย์และการสาธารณสุข รวมทั้งมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมการแพทย์เพิ่มขึ้น ครม.อนุมัติหลักการมาตรการ &ldquo;Easy E-Receipt 2.0&rdquo; ลดหย่อนภาษี 68 สูงสุด 5 หมื่นบาท ครม. อนุมัติหลักการมาตรการ &ldquo;Easy E-Receipt 2.0&rdquo; เพื่อสนับสนุนการบริโภคในประเทศ ส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่น ซึ่งเป็นการขยายผลจากมาตรการเดิม &ldquo;Easy E-Receipt&rdquo; เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในประเทศในปี 2568 โดยให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล) หักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง และสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท เฉพาะที่ได้รับ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เท่านั้น หลักเกณฑ์และเงื่อนไข จากผลตอบรับที่ดีของมาตรการ &ldquo;Easy E-Receipt&rdquo; ในช่วงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากร เดินหน้าสานต่อความสำเร็จนี้ เพื่อเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่นขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ออกมาตรการ &ldquo;Easy E-Receipt 2.0&rdquo; ซึ่งมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้</p>

<p>1. ให้หักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 68 ถึงวันที่ 28 ก.พ. 68 ได้สูงสุด 50,000 บาท ดังนี้</p>

<p>1.1 หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax invoice) แบบเต็มรูปเป็นหลักฐาน หรือผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการที่ไม่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องมีใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เป็นหลักฐาน</p>

<p>1.2 หักลดหย่อนได้เพิ่มอีกตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการดังต่อไปนี้ โดยต้องมี e-Tax Invoice แบบเต็มรูป หรือ e-Receipt เป็นหลักฐาน</p>

<p>1.2.1 ค่าซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว</p>

<p>1.2.2 ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจชุมชนที่ได้จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริม การเกษตร</p>

<p>1.2.3 ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้จดทะเบียนต่อสำนักงาน ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม</p>

<p>2. กรณี การจ่ายค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการที่ไม่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ ดังนี้</p>

<p>2.1 ค่าซื้อหนังสือ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร</p>

<p>2.2 ค่าบริการหนังสือ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ อินเทอร์เน็ต (e-Book)</p>

<p>2.3 ค่าซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว</p>

<p>2.4 ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจชุมชนที่ได้จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร</p>

<p>2.5 ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้จดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม</p>

<p>3. ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการนี้ไม่รวมถึง</p>

<p>3.1 ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์</p>

<p>3.2 ค่าซื้อยาสูบ</p>

<p>3.3 ค่าซื้อน้ำมัน ค่าซื้อก๊าซ และค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับเติมยานพาหนะ</p>

<p>3.4 ค่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (รถจักรยานยนต์ รวมถึงรถจักรยานที่ติดเครื่องยนต์) และค่าซื้อเรือ</p>

<p>3.5 ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ และค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต</p>

<p>3.6 ค่าบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการและผู้รับบริการสามารถใช้บริการดังกล่าวนอกเหนือจากระยะเวลาของมาตรการ</p>

<p>3.7 ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย</p>

<p>3.8 ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว</p>

<p>3.9 ค่าบริการที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม</p>

<p>3.10 ค่าบริการที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักโฮมสเตย์ไทยให้แก่ผู้ประกอบการโฮมสเตย์ไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</p>

<p>3.11 ค่าบริการที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบการสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ซึ่งผู้มีเงินได้ที่ได้รับสิทธิตามมาตรการนี้ต้องไม่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล</p>

<p>4. e-Tax Invoice และ e-Receipt ต้องระบุชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน) ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการด้วย คาดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 70,000 ล้านบาท เศรษฐกิจไทยปี 68 ขยายตัว ร้อยละ 2.3 &ndash; 3.3 มาตรการดังกล่าว จะช่วยให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมูลค่าประมาณ 70,000 ล้านบาท และช่วยให้เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัวได้ในช่วงร้อยละ 2.3 &ndash; 3.3 และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเป็นการขยายฐานภาษี โดยกรมสรรพากรคาดการณ์ว่ามาตรการ &ldquo;Easy E-Receipt 2.0&rdquo; จะมีผู้ใช้สิทธิประมาณ 1.4 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 70,000 ล้านบาท ซึ่งจะสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 10,500 ล้านบาท ทั้งนี้ &ldquo;มาตรการดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 และจะต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice &amp; e-Receipt)&quot; ของกรมสรรพากรเท่านั้น&rdquo; ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสถานบริการ กระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ ครม. มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตของสถานบริการหรือหย่อนใจ อาทิ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับบาร์ ค็อกเทลเลาจน์ ฯลฯ จาก 10% เหลือ 5% ของรายรับของสถานบริการ ซึ่งจะหมดอายุลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ออกไปอีก 1 ปี โดยจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวและบริการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล กระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของรัฐบาล รวมถึงการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวไทย &ldquo;Amazing Thailand Grand Tourism Year 2025&rdquo; ที่คาดว่า จะเป็นมาตรการที่จะสร้างการกระจายรายได้ไปยังท้องถิ่น และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวในประเทศมากยิ่งขึ้นนั้น กิจการบันเทิงหรือหย่อนใจถือเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ และมีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น ดร. เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การต่ออายุมาตรการทางภาษีสรรพสามิตในครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนลดลง ซึ่งต้นทุนที่ลดลงดังกล่าว จะทำให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น สามารถลงทุนเพื่อต่อยอดทางธุรกิจ หรือทำแผนส่งเสริมการขายเพื่อช่วยจูงใจให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ และที่สำคัญคือจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศอีกด้วย</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiosukhothai.prd.go.th/cms/s229/u1677/251267_3.jpg" style="width: 850px; height: 850px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiosukhothai.prd.go.th/th/file/get/file/2024122520ac17ae795b877d938ba7e05615842c142504.jpg' type='image/jpg' length='48323' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลโชว์ผลงาน “ดีอี” ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกมิติ]]></title>
<link>https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2367/iid/350550</link>
<guid isPermaLink="false">dc78e78e2301022909a9e39a60850273</guid>
<pubDate>Wed, 25 Dec 2024 08:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลอย่างเข้มข้น ผลการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในหลายด้าน เช่น การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ การปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เว็บผิดกฎหมาย และเว็บพนัน มาตรการแก้ไขปัญหาบัญชีม้า เร่งอายัด และตัดตอนการโอนเงิน หรือเสาโทรคมนาคมที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดน การแก้ปัญหาหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ และการบูรณาการข้อมูลต่าง ๆ ของทุกหน่วยภาครัฐ รวมถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาการแก้กฎหมายเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เร่งรัดคืนเงินผู้เสียหาย แก้ไขระเบียบที่ล้าสมัย เพิ่มโทษผู้กระทำความผิด โดยในปี 2568 ยังมีอีก 2 มาตรการที่เตรียมมีผลบังคับใช้ เช่น แพลตฟอร์ม DE-fence และการเพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียนนิติบุคคลป้องกันการหลอกลวงประชาชน พิจารณาร่างกฎหมายพิเศษ เร่งคืนเงินผู้เสียหาย (9 ส.ค. 67) ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทางเทคโนโลยี 7/2567 ร่วมหารือกันเพื่อดำเนินงานตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี พิจารณาการแก้กฎหมายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์รวมทั้งเร่งรัดคืนเงินผู้เสียหาย สรุปได้ดังนี้</p>

<p>(1) การเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีที่มีการระงับหรืออายัดบัญชีม้าที่มีเงินในธนาคาร มีมูลค่าหลายพันล้านบาท แต่ยังไม่สามารถคืนเงินผู้เสียหายได้ เนื่องจากการดำเนินคดียังไม่สิ้นสุด หรือ ยังติดขัดข้อกฎหมาย กฎระเบียบที่ล้าสมัย</p>

<p>(2) การเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมในวงกว้าง จึงต้องมีการกำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องและคนร้ายในอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 5 ปี</p>

<p>(3) การป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนร้ายหรือโจรออนไลน์</p>

<p>(4) การระงับธุรกรรมต้องสงสัยในส่วนของการใช้ซิม หรือการสื่อสารต้องสงสัยเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการแก้กฎหมายในประเด็นอื่นที่เป็นปัญหาอุปสรรค ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง กระบวนการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับคดีออนไลน์ ที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ มีมติ ให้คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายรวบรวมประเด็นและจัดทำร่างกฎหมายพิเศษเพื่อเสนอคณะกรรมการฯ พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ดีอี เร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ตามนโยบายของรัฐบาล (18 ธ.ค. 67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 10/2567 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือเพื่อดำเนินงานตามนโยบายปราบปรามภัยออนไลน์ของรัฐบาล ซึ่งได้มีการพิจารณาผลดำเนินการและมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ 8 เรื่องที่สำคัญ ดังนี้</p>

<p>1. การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ เพิ่มขึ้นทุกกรณีจากการปราบปรามอย่างจริงจัง</p>

<p>- การจับกุมคดีออนไลน์รวมทุกประเภท พ.ย. 67 มีจำนวน 3,669 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค.67 ที่มีจำนวนการ จับกุม 2,256 ราย</p>

<p>- การจับกุมคดีเว็บพนันออนไลน์ พ.ย. 67 มีจำนวน 13,810 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค.67 ที่มีจำนวนการจับกุม 793 ราย</p>

<p>- การจับกุมคดีซิมม้า บัญชีม้า พ.ย. 67 มีจำนวน 2,476 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค.67 ที่มีจำนวนการจับกุม 180 ราย ภาพรวมการจับกุมลดลงเมื่อเทียบกับก่อนดำเนินการตามมาตรการปราบปรามฯ โดยเฉพาะการจับกุมบัญชีม้า ชิมม้า ลดลงถึงร้อยละ 49.17 (ข้อมูล 19 พ.ย. 67)</p>

<p>2. การปิดโซเชียลมีเดีย เว็บผิดกฎหมาย และเว็บพนัน กระทรวงดีอี ปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ/URLs ที่ไม่เหมาะสม (1 ต.ค. &ndash; 30 พ.ย. 67) ปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ จำนวน 8,129 (URLs) หลอกลวงออนไลน์ 697 (URLs) และประสานกับแพลตฟอร์มเพื่อขอปิดกั้น เกี่ยวกับเนื้อหาผิดกฎหมายและหลอกลวงออนไลน์ มีคำสั่งศาลจำนวน 2,039 (URLs) ไม่มีคำสั่งศาล จำนวน 8,401 (URLs) ภาพรวมปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ผิดกฎหมาย และเว็บไซต์ประเภทพนันออนไลน์ รวมกว่า 190,000 ราย (ข้อมูล 19 พ.ย. 67)</p>

<p>3. การแก้ปัญหาบัญชีม้า เร่งอายัด ตัดตอนการโอนเงิน ผลการดำเนินงานที่สำคัญถึง 30 พ.ย. 67 มีดังนี้</p>

<p>&bull; ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC ) ระงับบัญชีภายใน 7 วัน จำนวน 265,844 บัญชี ธนาคารระงับบัญชีม้าเทาอ่อน จำนวน 229,432 บัญชี และล็อคบัญชีม้าน้ำตาล จำนวน 456,824 บัญชี รวมแล้วกว่า 952,100 บัญชี (บัญชีม้าเทาอ่อน : คือผู้ที่ได้รับการโอนเงินเป็นทอดที่ 2 หรือ 3 /บัญชีม้าน้ำตาล : เป็นบุคคลในฐานข้อมูลธนาคาร ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ)</p>

<p>&bull; ปปง. ทำการอายัดบัญชีไปแล้วกว่า 630,537 บัญชี (ณ วันที่ 12 ธ.ค. 67) ภาพรวมระงับบัญชีม้า รวมกว่า 1,000,000 บัญชี พร้อมยกระดับการป้องกันการเปิดบัญชีและการจัดการบัญชีม้า (ข้อมูล 19 พ.ย. 67)</p>

<p>4. การแก้ไขปัญหาซิมม้า และ ซิมม้าที่ผูกกับ Mobile banking ผลการดำเนินงานที่สำคัญถึง 30 พ.ย. 67 มีดังนี้</p>

<p>&bull; การกวาดล้างซิมม้าและซิมต้องสงสัย โดย สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการโทรคมนาคมได้ระงับซิมม้าแล้ว จำนวนกว่า 2.7 ล้านเลขหมาย</p>

<p>&bull; การระงับหมายเลขโทรออกเกิน 100 ครั้ง/วัน แล้ว 132,933 เลขหมาย มีผู้มายืนยันตัวตน 418 เลขหมาย ไม่มายืนยันตัวตน 132,515 เลขหมาย (16 ธ.ค. 67) และได้มีการหารือการกำหนดมาตรการคัดกรองผู้ใช้งาน Mobile Banking โดยดำเนินการตรวจสอบข้อมูล Cleansing Mobile Banking จำนวน 120.3 ล้านบัญชี เพื่อออกเป็นมาตรการต่อไป โดยแบ่งกลุ่มผู้ใช้งาน Mobile Banking ที่ต้องทำการตรวจสอบ (ประมาณ 43 ล้านบัญชี) เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่</p>

<p>กลุ่มที่ 1 ลูกค้าที่มีสัญชาติไทย ที่ให้บริการโทรคมนาคม แจ้งเป็น M (ชื่อจดทะเบียนเบอร์โทรไม่ตรงกับบัญชีธนาคาร) ซึ่งเปิดบัญชีตั้งแต่เดือน ม.ค. 65</p>

<p>กลุ่มที่ 2 ลูกค้าต่างชาติ ที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แจ้งเป็น N ซึ่งเปิดบัญชีตั้งแต่เดือน ม.ค. 65</p>

<p>กลุ่มที่ 3 ลูกค้าของธนาคารที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แจ้งเป็น P (ไม่พบข้อมูลเบอร์โทร) ซึ่งเปิดบัญชีตั้งแต่เดือน ม.ค.</p>

<p>5. การดำเนินการเรื่องเสาโทรคมนาคม สายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และสายโทรศัพท์ที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน สำนักงาน กสทช. แจ้งดำเนินการรื้อถอนเสาสัญญาณ (สถานี) ในพื้นที่ 7 จังหวัดที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เชียงราย ตาก สระแก้ว จันทบุรี ระนอง บุรีรัมย์ สุรินทร์ รวม 393 สถานี คิดเป็น 100%</p>

<p>6. มาตรการการป้องกันการโทรหลอกลวง ภายใต้โครงการ DE-fence platform ตามที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้มีมติที่ประชุม ครั้งที่ 9/2567 เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 67 เห็นชอบในหลักการของมาตการป้องกันการโทรหลอกลวง โดยให้ดำเนินการจัดทำโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง &ldquo;DE-fence platform&rdquo; ขณะนี้ โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง DE-fence ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเร่งดำเนินการตามกระบวนการต่าง ๆ โดยคาดว่าแพลตฟอร์ม DE-fence จะสามารถทดลองและเริ่มให้บริการได้ในช่วงเดือน ก.พ. 68</p>

<p>7. การบูรณาการข้อมูล โดยศูนย์ AOC 1441 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เป็นแพลตฟอร์มรับและแลกเปลี่ยนข้อมูลบูรณาการข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการจัดการบัญชีม้า ซิมม้า และคนร้ายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยช่วงเดือน พ.ย. 66 - ต.ค. 67 ศูนย์ AOC มีจำนวนการโทรเข้า 1441 ทั้งหมด 1,176,512 สาย และจำนวนการระงับบัญชีที่ต้องสงสัยอยู่ที่ 348,006 เคส ซึ่งแสดงถึงปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ที่รุนแรงและขยายวงกว้าง มีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 19,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานดังต่อไปนี้</p>

<p>&bull; เชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ สำนักงาน ปปง. เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการจดทะเบียนนิติบุคคล กรณีข้อมูลของบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า</p>

<p>&bull; เชื่อมโยงข้อมูลกับ ระบบ Thai Police Online (TPO) ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินจากบัญชีม้าแถวหนึ่งจนถึงแถวสุดท้าย</p>

<p>&bull; บูรณาการข้อมูลกับศูนย์ปฏิบัติการบูรณาการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศบอท.) และ กสทช. เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงรหัส HR-03 (บัญชีม้า) ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ สำนักงาน ปปง.</p>

<p>8. การเพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียนนิติบุคคล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียนนิติบุคคล ในกรณีนิติบุคคลผู้ขอจดทะเบียนมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลซึ่งเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง รหัส HR-03 (บัญชีม้า) ของสำนักงาน ปปง. ซึ่งแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้</p>

<p>&nbsp;ระยะที่ 1 ดำเนินการทันที ตรวจสอบกับฐานข้อมูลของนิติบุคคล หากพบว่านิติบุคคลใดมีผู้เป็นหุ้นส่วนกรรมการ หรือ ผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลในบัญชี HR-03 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งข้อมูลให้กับศูนย์ AOC 1441 เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่</p>

<p>&nbsp;ระยะที่ 2 ดำเนินการเมื่อระบบเชื่อมโยงข้อมูล HR-03 พร้อมใช้งาน (1 ม.ค. 68) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เชื่อมโยงข้อมูล HR-03 จากศูนย์ AOC 1441 เพื่อให้นายทะเบียนตรวจสอบกับคำขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลว่ามีรายชื่อในข้อมูล HR-03 หรือไม่ หากตรวจพบจะชะลอการจดทะเบียนไว้ก่อน และเรียกให้บุคคลดังกล่าวมา แสดงตัวเพื่อยืนยันความมีตัวตน</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiosukhothai.prd.go.th/cms/s229/u1677/251267_2.jpg" style="width: 850px; height: 850px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiosukhothai.prd.go.th/th/file/get/file/2024122596e654d82627ad409a30f46a06b03767085459.jpg' type='image/jpg' length='46882' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ผลงานรัฐบาลเดินหน้าแก้หนี้ทั้งระบบ ช่วยปลดล็อกชีวิตคนไทย]]></title>
<link>https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2367/iid/347344</link>
<guid isPermaLink="false">562a1f70911e306e2c0e964e080ad676</guid>
<pubDate>Thu, 12 Dec 2024 09:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;บทสรุป 12 ก.ย. 67 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา โดยนโยบายแรกรัฐบาลจะผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้สินทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อบ้านและรถ ช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ ภายใต้ปรัชญาที่จะไม่ขัดต่อวินัยทางการเงิน โดยจะดำเนินนโยบายผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ธนาคารพาณิชย์ และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ซึ่งเป็นนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งระบบที่ได้ดำเนินต่อเนื่องมาจากสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 66 ต่อแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบ (หนี้ในระบบและนอกระบบ) ทุกกลุ่มอาชีพ ผ่านมาตรการต่าง ๆ โดยหนี้นอกระบบได้เปิดให้มีการลงทะเบียนโดยกระทรวงมหาดไทย มีการเจรจาเจ้าหนี้-ลูกหนี้จนเกิดผลสำเร็จ จำนวน 143,979 ราย จากประชาชนมาลงทะเบียนทั้งสิ้น 153,400 ราย เจรจามูลหนี้ลดลงรวม 1,168.207 ล้านบาท และยังเหลืออีก 9,412 ราย อยู่ระหว่างการดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ย นอกจากนี้ กระทรวงการคลังที่ร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ผ่านโครงการสินเชื่อธนาคารประชาชน สินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินนอกระบบ รวมถึงมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้ นอกระบบ ผลการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 66 &ndash; 6 ธ.ค. 67 ประชาชนได้รับการอนุมัติให้ความช่วยเหลือทางการเงินไปแล้ว 24,340 ราย ยอดอนุมัติรวมทั้งสิ้น 1,158.91 ล้านบาท ขณะที่ผ่านการอนุมัติจากสินเชื่อ พิโกไฟแนนซ์ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 67 มีทั้งสิ้น 4,698,884 บัญชี เป็นจำนวนเงินรวม 45,491.18 ล้านบาท สำหรับผลงานรัฐบาลที่เร่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนยังมีอีกหลายด้าน สามารถติดตามการแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และการมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี ภายใต้หัวข้อ &ldquo;2568 โอกาสไทย ทำได้จริง 2025 Empowering Thais: A Real Possibility จากผลงานที่เป็นรูปธรรม สู่อนาคตที่ทำได้จริง&rdquo; ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง NBT2HD และ Facebook Live: Live NBT2HD ในวันที่ 12 ธ.ค. 67 เวลา 10.00 น. รายละเอียด แนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบ (19 ธ.ค. 66) มติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบและรับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบ ประกอบด้วย</p>

<p>1. แนวทางแก้ไขหนี้ในระบบ ครอบคลุมลูกหนี้ทุกประเภท โดยแบ่งการช่วยเหลือตามคุณลักษณะและปัญหาของลูกหนี้ ได้แก่</p>

<p>1.1 ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 กลายเป็นหนี้เสียและมีประวัติค้างอยู่ในเครดิตบูโร ทำให้ขอสินเชื่อได้ยากขึ้น จะได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการต่าง ๆ ดังนี้</p>

<p>1) มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ตามโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 (โครงการฯ) ของธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยหากธนาคารได้ติดตามให้ลูกหนี้ NPLs รหัส 21 ของโครงการฯ ชำระหนี้ตามสมควรแล้ว ธนาคารจะนำงบประมาณที่ได้รับชดเชยความเสียหายจากรัฐบาลมาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้เพื่อไม่ให้เป็น NPLs หรือหมดสิ้นภาระหนี้ที่เกิดจากโครงการฯ ต่อไป</p>

<p>2) มาตรการช่วยเหลือพักหนี้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Specialized Financial Institutions: SFIs) ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ SMEs ซึ่งหากลูกหนี้ SMEs สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้อย่างน้อย 3 เดือน ลูกหนี้จะได้รับการพักชำระต้นเงินเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยลูกหนี้ยังคงชำระดอกเบี้ย และได้ลดดอกเบี้ยที่ร้อยละ 1 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี</p>

<p>1.2 กลุ่มที่มีรายได้ประจำแต่มีภาระหนี้จำนวนมากจนเกินศักยภาพในการชำระคืนหนี้ เช่น ข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำรวจ ทหาร เป็นต้น จะได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการต่าง ๆ ดังนี้</p>

<p>1) โครงการสินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อแก้ไขหนี้บุคลากรภาครัฐ โดยธนาคารออมสินจะสนับสนุนสภาพคล่องให้แก่สหกรณ์เพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และ Refinance หนี้จากธนาคารออมสินไปรวมหนี้เป็นหนี้สหกรณ์ ระยะเวลากู้ไม่เกิน 10 ปี ปลอดชำระเงินต้น 2 ปี</p>

<p>2) โครงการสินเชื่อสวัสดิการข้าราชการและบุคลากรภาครัฐอัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยหากหน่วยงานภาครัฐดำรงเงินฝากกับธนาคารออมสิน และข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเปิดบัญชีเงินเดือนกับธนาคารออมสินจะสามารถขอสินเชื่อสวัสดิการอัตราดอกเบี้ยพิเศษ</p>

<p>3) โครงการคลินิกแก้หนี้สำหรับลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยและเจ้าหนี้บัตรเครดิตรายใหญ่เกือบทั้งหมดได้ร่วมกันช่วยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ โดยนำเงินต้น คงค้างมาทำตารางผ่อนชำระใหม่ให้ยาวถึง 10 ปี และลดดอกเบี้ยจากร้อยละ 16-25 เหลือเพียงร้อยละ 3-5 เท่านั้น</p>

<p>4) การช่วยเหลือให้มีรายได้คงเหลือเพียงพอดำรงชีพ โดยผลักดันให้ส่วนราชการกำหนดหลักเกณฑ์หรือระเบียบการตัดเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ของข้าราชการในสังกัด โดยต้องมีเงินเดือนคงเหลือในบัญชีอย่างน้อยร้อยละ 30 เพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ</p>

<p>1.3 กลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอนทำให้การชำระคืนหนี้ไม่ต่อเนื่อง เช่น เกษตรกร ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดย กยศ. เป็นต้น จะได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการต่าง ๆ ดังนี้</p>

<p>1) มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เกษตรกร ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยลูกหนี้เกษตรกรที่มีต้นเงิน (Principle) รวมเป็นหนี้คงเหลือทุกสัญญารวมกัน ณ วันที่ 30 ก.ย. 66 ไม่เกิน 300,000 บาท ระยะเวลาพักชำระหนี้ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 66 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 67 โดยขณะนั้นมีลูกหนี้เกษตรกรแสดงความประสงค์เข้าร่วมมาตรการจำนวน 1,588,903 ราย</p>

<p>2) มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยกระทรวงการคลังได้ร่วมกับ ธปท. ออกร่างพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้ ธปท. จะมีอำนาจในการกำกับดูแล ผู้ประกอบธุรกิจ เช่น ให้ผู้ประกอบธุรกิจประกาศข้อมูลในเรื่องอัตราดอกเบี้ย อัตราส่วนลด และค่าบริการ แจ้งและแสดงวิธีการและรายละเอียดในการคำนวณอัตราค่าบริการรายปี จัดทำบัญชี กำหนดเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น</p>

<p>3) มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. โดย กยศ. ได้ดำเนินการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้หรือแปลงหนี้ การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินเพิ่ม (เบี้ยปรับ) การยกเลิกผู้ค้ำประกันการกู้ยืม เป็นต้น โดย กยศ. คำนวณเงินผ่อนชำระของลูกหนี้ กยศ. ตามหลักเกณฑ์ใหม่ โดยหากลูกหนี้ที่พบว่าได้ผ่อนชำระหนี้มามากกว่าจำนวนที่คำนวณใหม่แล้ว ถือว่าสามารถปิดบัญชีได้</p>

<p>1.4 กลุ่มที่เป็นหนี้เสียคงค้างกับสถาบันการเงินมาเป็นระยะเวลานาน โดยมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้โดยบริษัทร่วมทุนระหว่าง SFIs และบริษัทบริหารสินทรัพย์ (บบส.) (Joint Venture Asset Management Company: JV AMC) โดย ธปท. หารือร่วมกับกระทรวงการคลังและ SFIs เพื่อให้สามารถช่วยเหลือปิดจบหนี้ให้กับลูกหนี้ได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น</p>

<p>2. แนวทางแก้ไขหนี้นอกระบบ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้มีโครงการลงทะเบียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อให้ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยนั้น กระทรวงการคลังมีมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ได้แก่</p>

<p>2.1 มาตรการช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้นอกระบบที่ผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ในโครงการแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาลด้วยมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้นอกระบบ โดยธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อวงเงินสินเชื่อให้ลูกหนี้นอกระบบที่ผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ในโครงการแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาล รายไม่เกินรายละ 20,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน (Flat Rate) ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 งวดแรก (ชำระดอกเบี้ยปกติ) หรือเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ระยะเวลาชำระคืนเงินงวดสูงสุดไม่เกิน 3 ปี</p>

<p>2.2 มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบที่ดำเนินการโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ประกอบด้วย</p>

<p>1) โครงการสินเชื่อธนาคารประชาชนเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบ โดยธนาคารออมสิน วงเงินสินเชื่อรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 0.75 ต่อเดือน ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี หรือ 60 งวด พร้อมผ่อนปรนเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ</p>

<p>2) สินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินนอกระบบ โดย ธ.ก.ส. วงเงินสินเชื่อรายละไม่เกิน 200,000 บาท กรณีสงวนรักษาที่ดินวงเงินสินเชื่อรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น Minimum Retail Rate (MRR) ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 ปี</p>

<p>3) สินเชื่อกองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน โดย ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อเพื่อสงวนรักษาที่ดินจากการจำนอง ขายฝาก หรือใช้ที่ดินเป็นประกัน วงเงินสูงสุด 2.5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี และลดลงในปีต่อไป ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 20 ปี</p>

<p>4) บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด เพื่อให้บริการขายฝากหรือให้สินเชื่อจดจำนองที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ร้อยละ 7.5 ต่อปี และปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน</p>

<p>2.3 สนับสนุนให้เจ้าหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบด้วยมาตรการสนับสนุนให้เจ้าหนี้นอกระบบขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) โดยสามารถยื่นขอใบอนุญาตสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์กับกระทรวงการคลังเพื่อประกอบธุรกิจตามกฎหมาย</p>

<p>3. การปรับโครงสร้างระบบการให้สินเชื่อและการค้ำประกันสินเชื่อควบคู่กับการแก้ไขหนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อและได้รับความเป็นธรรมในการจัดการบริหารปัญหาหนี้สินของตนเองอย่างยั่งยืน โดยมีแนวทาง ดังนี้</p>

<p>1) หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และแนวทางการช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อบุคคลที่มีปัญหาหนี้เรื้อรัง (Persistent Debt: PD)</p>

<p>2) แนวทางการยกระดับการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น</p>

<p>3) การขยายขอบเขตข้อมูลเครดิตบูโรฯ โดยสนับสนุนให้สถาบันการเงินสามารถใช้ข้อมูลอื่น (Alternative Data) ประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้ เช่น ประวัติชำระค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำ-ค่าไฟ ข้อมูลรายได้ เป็นต้น เพื่อให้สะท้อนความตั้งใจและความสามารถในการชำระสินเชื่อจริง</p>

<p>4) การสนับสนุนให้สหกรณ์ส่งข้อมูลให้แก่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau: NCB) และปรับปรุงหลักการบุริมสิทธิของสหกรณ์ในการตัดเงินเดือนหรือค่าจ้างเพื่อชำระหนี้ที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเหมาะสมกับต้นทุนทางการเงินของผู้ให้สินเชื่อแต่ละราย รัฐบาลแพทองธาร สานต่อแก้ปัญหาหนี้</p>

<p>(12 ก.ย. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา โดยนโยบายแรกรัฐบาลจะผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้สินทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อบ้านและรถ ช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ ภายใต้ปรัชญาที่จะไม่ขัดต่อวินัยทางการเงินและไม่ทำให้เกิดภาวะภัยทางจริยธรรม (Moral Hazard) ของผู้มีภาระหนี้สิน ควบคู่กับการเพิ่มความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการออมในรูปแบบใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย โดยจะดำเนินนโยบายผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ธนาคารพาณิชย์ และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ซึ่งเป็นนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งระบบได้ดำเนินต่อเนื่องมาจากสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งจะต้องช่วยลูกหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ ทั้งนี้ จัดให้มีการลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบโดยกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการ มีการเจรจาเจ้าหนี้-ลูกหนี้ จนเกิดผลสำเร็จ จำนวน 143,979 ราย จากที่เปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 153,400 ราย (1 ธ.ค. 66 &ndash; 29 ก.พ. 67) มูลหนี้ 11,999 ล้านบาท เจรจามูลหนี้ลดลงรวม 1,168.207 ล้านบาท และยังเหลืออีก 9,412 ราย อยู่ระหว่างการดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ย อนุมัติช่วยเหลือแก้หนี้นอกระบบแล้ว 2.4 หมื่นราย กว่า 1.1 พันล้านบาท ความคืบหน้าให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของกระทรวงการคลังที่ร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ</p>

<p>&bull; ผลการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 66 &ndash; 6 ธ.ค. 67 มีประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบได้รับอนุมัติให้ความช่วยเหลือทางการเงินไปแล้วจำนวน 24,340 ราย ยอดอนุมัติรวมทั้งสิ้น 1,158.91 ล้านบาท กระทรวงการคลังมีนโยบายส่งเสริมให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด ภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้แก่ประชาชนรายย่อย ในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ณ เดือน พ.ย. 67 มีนิติบุคคล (บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด) ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์และเปิดดำเนินการแล้ว 1,147 ราย ใน 75 จังหวัด และ สิ้นเดือน ก.ย. 67 มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้กับประชาชนรายย่อยสะสมทั้งสิ้น 4,698,884 บัญชี เป็นจำนวนเงินรวม 45,491.18 ล้านบาท โดยเป็นยอดสินเชื่อคงค้าง 371,845 บัญชี เป็นจำนวนเงินรวม 7,143 ล้านบาท&nbsp;<a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZXKhqOG95zHyLbX4odvMbjscSkkxW24hlyZoKohLlcrsBajntHZ9LLpLa5PSJnmSzyCRwUEz8kNBMx3oSTdXK_1dXWscRO7UejpedxRKk2DtM_rV6V9UsPzdqolsAAOJ8t6RSmxtONyu6Ifp-R8vPMlskkXSnGf7NLirdz4_kOu9llJj45rhoahcTxIlDTnQ8uLsWP74BhkxwgzVUtkoxcV8gxF_aZ25jR88PuJMCSwPUOkV0m-piPXPhsB0EVpMKeYdJ_eNwMT62cIxhhmF6k-76WkA-uLIh27WGw0gQi2nYTBWKpeq94UtTON4rhZgb38uYCekIdJs6EVtikU6Xi3DD4_2ONB43_4n2FXJOk_0G64ptqwRUAUWmUYsNlsA1juydhZS0DduILf3ZIpcCVgIFYSYHT9w4Migkb5i6oKUztHXEMg3kdZMCfzUtr9B2rBCQxM3qTH_qIbORgCMU7kbSGcQhclAQrtjxc5yLPuGZtqjJInGPBpU8EdCAsU1jR2Wd7qkHiWFxTgAUFo8T2FV36PFrS8ErCBnZHAEZLNP5gLDF3gZOQkmGczlmoRkqGopyBmLFnigCdnFaPpMevN-fIZIqSgLTJo5D4D9jLg0vkSehkxr7qKwesZSfDM1m219fhKVFmtQD6TRbe78it6b_7mcNnXcwuTcD74jy8AuLDpymZ1S2WylawvOe99sBIqJvMdbhzZbT6oB2bH6Nkvt9l9w5fVPxw6MZX36XSTIsnFHNRkhiHOb2oKfu1A-xSPavNg88cX06rJ1LRHZldFt8s1wpJLpQEzGGI1RK9--h-a9gUV8pfWHVuSTUw1ZVO9RB6ZEUVRgan0dqfiIT5N7rx4eTn4yy5H2Mb7rPPR0orR9IUhIHD9dcZxBGTqSOVKNobcsRQUmNJYKINYG-SIFFY47PZw_Z9n5U2kiaLHaFG3rgZmRHWf7dVQ288Ip50zqxBZ_HrkcJSaQi3HG4HUdtVSl-4ZanHopMtApHnnttUc7R7J2UiFRc15atxKQ2cpMwueTf1ePg8pTDN8l1swTnph_nj2DRBpd0Q4SIevW7fHxLrKkVd0P97lUOsMPMJ5MRJ-yXUrVSjTXRI2A3GjxG2-lQyCwfLwgDSx_4l2lSdCDrLVbNLPen7fPPgAkXqHZwdMS3YDeq5hNsnO_z-ItTkTkdykdA6l-uHE29umiVu_QrJbMk_vF6rOw03_Iu_VedYgRVgbXYl_uAakr90ifpFCXWraCri_eTSDMXTIUmI0TXRAndl2LwJS3vPUZHFZiszHc-x9FB81MJQ6kKNchcwHUFx11dHavCtSc9aQxvXV0vz_IWa6HoPExvNZ3op0tYlCj94ViPhYefrNiTa3" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWEAE1b9ailtdfS0wm3pJ7sI2bwCwCMELL0xCo4E3kJ_LhJwFv6l6nPyqOV-2Gwt-5YPpZF-WgxfjoUAC6ANCaVstJ1LxmmH2mSdBv9J4zs63aIDhIpvRJHb1hQWBH_y9bF-gAjgA3F9osfEMfb1xlIfg6OXKvvHP7pRJByTnx_Rzz3JsLZuoHbVNaTX8GDEhs&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ผลงานรัฐบาลเดินหน้าแก้หนี้ทั้งระบบช่วยปลดล็อกชีวิตคนไทย</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZXKhqOG95zHyLbX4odvMbjscSkkxW24hlyZoKohLlcrsBajntHZ9LLpLa5PSJnmSzyCRwUEz8kNBMx3oSTdXK_1dXWscRO7UejpedxRKk2DtM_rV6V9UsPzdqolsAAOJ8t6RSmxtONyu6Ifp-R8vPMlskkXSnGf7NLirdz4_kOu9llJj45rhoahcTxIlDTnQ8uLsWP74BhkxwgzVUtkoxcV8gxF_aZ25jR88PuJMCSwPUOkV0m-piPXPhsB0EVpMKeYdJ_eNwMT62cIxhhmF6k-76WkA-uLIh27WGw0gQi2nYTBWKpeq94UtTON4rhZgb38uYCekIdJs6EVtikU6Xi3DD4_2ONB43_4n2FXJOk_0G64ptqwRUAUWmUYsNlsA1juydhZS0DduILf3ZIpcCVgIFYSYHT9w4Migkb5i6oKUztHXEMg3kdZMCfzUtr9B2rBCQxM3qTH_qIbORgCMU7kbSGcQhclAQrtjxc5yLPuGZtqjJInGPBpU8EdCAsU1jR2Wd7qkHiWFxTgAUFo8T2FV36PFrS8ErCBnZHAEZLNP5gLDF3gZOQkmGczlmoRkqGopyBmLFnigCdnFaPpMevN-fIZIqSgLTJo5D4D9jLg0vkSehkxr7qKwesZSfDM1m219fhKVFmtQD6TRbe78it6b_7mcNnXcwuTcD74jy8AuLDpymZ1S2WylawvOe99sBIqJvMdbhzZbT6oB2bH6Nkvt9l9w5fVPxw6MZX36XSTIsnFHNRkhiHOb2oKfu1A-xSPavNg88cX06rJ1LRHZldFt8s1wpJLpQEzGGI1RK9--h-a9gUV8pfWHVuSTUw1ZVO9RB6ZEUVRgan0dqfiIT5N7rx4eTn4yy5H2Mb7rPPR0orR9IUhIHD9dcZxBGTqSOVKNobcsRQUmNJYKINYG-SIFFY47PZw_Z9n5U2kiaLHaFG3rgZmRHWf7dVQ288Ip50zqxBZ_HrkcJSaQi3HG4HUdtVSl-4ZanHopMtApHnnttUc7R7J2UiFRc15atxKQ2cpMwueTf1ePg8pTDN8l1swTnph_nj2DRBpd0Q4SIevW7fHxLrKkVd0P97lUOsMPMJ5MRJ-yXUrVSjTXRI2A3GjxG2-lQyCwfLwgDSx_4l2lSdCDrLVbNLPen7fPPgAkXqHZwdMS3YDeq5hNsnO_z-ItTkTkdykdA6l-uHE29umiVu_QrJbMk_vF6rOw03_Iu_VedYgRVgbXYl_uAakr90ifpFCXWraCri_eTSDMXTIUmI0TXRAndl2LwJS3vPUZHFZiszHc-x9FB81MJQ6kKNchcwHUFx11dHavCtSc9aQxvXV0vz_IWa6HoPExvNZ3op0tYlCj94ViPhYefrNiTa3" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWEAE1b9ailtdfS0wm3pJ7sI2bwCwCMELL0xCo4E3kJ_LhJwFv6l6nPyqOV-2Gwt-5YPpZF-WgxfjoUAC6ANCaVstJ1LxmmH2mSdBv9J4zs63aIDhIpvRJHb1hQWBH_y9bF-gAjgA3F9osfEMfb1xlIfg6OXKvvHP7pRJByTnx_Rzz3JsLZuoHbVNaTX8GDEhs&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#กระทรวงการคลัง</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZXKhqOG95zHyLbX4odvMbjscSkkxW24hlyZoKohLlcrsBajntHZ9LLpLa5PSJnmSzyCRwUEz8kNBMx3oSTdXK_1dXWscRO7UejpedxRKk2DtM_rV6V9UsPzdqolsAAOJ8t6RSmxtONyu6Ifp-R8vPMlskkXSnGf7NLirdz4_kOu9llJj45rhoahcTxIlDTnQ8uLsWP74BhkxwgzVUtkoxcV8gxF_aZ25jR88PuJMCSwPUOkV0m-piPXPhsB0EVpMKeYdJ_eNwMT62cIxhhmF6k-76WkA-uLIh27WGw0gQi2nYTBWKpeq94UtTON4rhZgb38uYCekIdJs6EVtikU6Xi3DD4_2ONB43_4n2FXJOk_0G64ptqwRUAUWmUYsNlsA1juydhZS0DduILf3ZIpcCVgIFYSYHT9w4Migkb5i6oKUztHXEMg3kdZMCfzUtr9B2rBCQxM3qTH_qIbORgCMU7kbSGcQhclAQrtjxc5yLPuGZtqjJInGPBpU8EdCAsU1jR2Wd7qkHiWFxTgAUFo8T2FV36PFrS8ErCBnZHAEZLNP5gLDF3gZOQkmGczlmoRkqGopyBmLFnigCdnFaPpMevN-fIZIqSgLTJo5D4D9jLg0vkSehkxr7qKwesZSfDM1m219fhKVFmtQD6TRbe78it6b_7mcNnXcwuTcD74jy8AuLDpymZ1S2WylawvOe99sBIqJvMdbhzZbT6oB2bH6Nkvt9l9w5fVPxw6MZX36XSTIsnFHNRkhiHOb2oKfu1A-xSPavNg88cX06rJ1LRHZldFt8s1wpJLpQEzGGI1RK9--h-a9gUV8pfWHVuSTUw1ZVO9RB6ZEUVRgan0dqfiIT5N7rx4eTn4yy5H2Mb7rPPR0orR9IUhIHD9dcZxBGTqSOVKNobcsRQUmNJYKINYG-SIFFY47PZw_Z9n5U2kiaLHaFG3rgZmRHWf7dVQ288Ip50zqxBZ_HrkcJSaQi3HG4HUdtVSl-4ZanHopMtApHnnttUc7R7J2UiFRc15atxKQ2cpMwueTf1ePg8pTDN8l1swTnph_nj2DRBpd0Q4SIevW7fHxLrKkVd0P97lUOsMPMJ5MRJ-yXUrVSjTXRI2A3GjxG2-lQyCwfLwgDSx_4l2lSdCDrLVbNLPen7fPPgAkXqHZwdMS3YDeq5hNsnO_z-ItTkTkdykdA6l-uHE29umiVu_QrJbMk_vF6rOw03_Iu_VedYgRVgbXYl_uAakr90ifpFCXWraCri_eTSDMXTIUmI0TXRAndl2LwJS3vPUZHFZiszHc-x9FB81MJQ6kKNchcwHUFx11dHavCtSc9aQxvXV0vz_IWa6HoPExvNZ3op0tYlCj94ViPhYefrNiTa3" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWEAE1b9ailtdfS0wm3pJ7sI2bwCwCMELL0xCo4E3kJ_LhJwFv6l6nPyqOV-2Gwt-5YPpZF-WgxfjoUAC6ANCaVstJ1LxmmH2mSdBv9J4zs63aIDhIpvRJHb1hQWBH_y9bF-gAjgA3F9osfEMfb1xlIfg6OXKvvHP7pRJByTnx_Rzz3JsLZuoHbVNaTX8GDEhs&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#กระทรวงมหาดไทย</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZXKhqOG95zHyLbX4odvMbjscSkkxW24hlyZoKohLlcrsBajntHZ9LLpLa5PSJnmSzyCRwUEz8kNBMx3oSTdXK_1dXWscRO7UejpedxRKk2DtM_rV6V9UsPzdqolsAAOJ8t6RSmxtONyu6Ifp-R8vPMlskkXSnGf7NLirdz4_kOu9llJj45rhoahcTxIlDTnQ8uLsWP74BhkxwgzVUtkoxcV8gxF_aZ25jR88PuJMCSwPUOkV0m-piPXPhsB0EVpMKeYdJ_eNwMT62cIxhhmF6k-76WkA-uLIh27WGw0gQi2nYTBWKpeq94UtTON4rhZgb38uYCekIdJs6EVtikU6Xi3DD4_2ONB43_4n2FXJOk_0G64ptqwRUAUWmUYsNlsA1juydhZS0DduILf3ZIpcCVgIFYSYHT9w4Migkb5i6oKUztHXEMg3kdZMCfzUtr9B2rBCQxM3qTH_qIbORgCMU7kbSGcQhclAQrtjxc5yLPuGZtqjJInGPBpU8EdCAsU1jR2Wd7qkHiWFxTgAUFo8T2FV36PFrS8ErCBnZHAEZLNP5gLDF3gZOQkmGczlmoRkqGopyBmLFnigCdnFaPpMevN-fIZIqSgLTJo5D4D9jLg0vkSehkxr7qKwesZSfDM1m219fhKVFmtQD6TRbe78it6b_7mcNnXcwuTcD74jy8AuLDpymZ1S2WylawvOe99sBIqJvMdbhzZbT6oB2bH6Nkvt9l9w5fVPxw6MZX36XSTIsnFHNRkhiHOb2oKfu1A-xSPavNg88cX06rJ1LRHZldFt8s1wpJLpQEzGGI1RK9--h-a9gUV8pfWHVuSTUw1ZVO9RB6ZEUVRgan0dqfiIT5N7rx4eTn4yy5H2Mb7rPPR0orR9IUhIHD9dcZxBGTqSOVKNobcsRQUmNJYKINYG-SIFFY47PZw_Z9n5U2kiaLHaFG3rgZmRHWf7dVQ288Ip50zqxBZ_HrkcJSaQi3HG4HUdtVSl-4ZanHopMtApHnnttUc7R7J2UiFRc15atxKQ2cpMwueTf1ePg8pTDN8l1swTnph_nj2DRBpd0Q4SIevW7fHxLrKkVd0P97lUOsMPMJ5MRJ-yXUrVSjTXRI2A3GjxG2-lQyCwfLwgDSx_4l2lSdCDrLVbNLPen7fPPgAkXqHZwdMS3YDeq5hNsnO_z-ItTkTkdykdA6l-uHE29umiVu_QrJbMk_vF6rOw03_Iu_VedYgRVgbXYl_uAakr90ifpFCXWraCri_eTSDMXTIUmI0TXRAndl2LwJS3vPUZHFZiszHc-x9FB81MJQ6kKNchcwHUFx11dHavCtSc9aQxvXV0vz_IWa6HoPExvNZ3op0tYlCj94ViPhYefrNiTa3" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A520%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWEAE1b9ailtdfS0wm3pJ7sI2bwCwCMELL0xCo4E3kJ_LhJwFv6l6nPyqOV-2Gwt-5YPpZF-WgxfjoUAC6ANCaVstJ1LxmmH2mSdBv9J4zs63aIDhIpvRJHb1hQWBH_y9bF-gAjgA3F9osfEMfb1xlIfg6OXKvvHP7pRJByTnx_Rzz3JsLZuoHbVNaTX8GDEhs&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#นโยบายรัฐบาล20กระทรวง</a></p>

<p style="text-align: center;">&nbsp;<img alt="" src="https://radiosukhothai.prd.go.th/cms/s229/u1677/121267_1.jpg" style="width: 850px; height: 850px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiosukhothai.prd.go.th/th/file/get/file/20241212a39498f068ae0e203803dab2cd9f08fb091007.jpg' type='image/jpg' length='31940' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ เร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย บทสรุป]]></title>
<link>https://radiosukhothai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2367/iid/346872</link>
<guid isPermaLink="false">fc23386e390c95dbedfd5a6c2c7b13c5</guid>
<pubDate>Tue, 10 Dec 2024 14:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เพื่อรับรายงานความเสียหาย และการเตรียมการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ผ่านระบบ Video Conference กับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ 12 จังหวัด) โดยสั่งการให้ดำเนินการ ดังนี้ 1. ด้านชีวิตความเป็นอยู่ ให้ทุกหน่วยงานเร่งเข้าให้การช่วยเหลือ ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย 2. ด้านสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐาน เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เส้นทางคมนาคม โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า และระบบน้ำประปา 3. การเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้กระทรวงมหาดไทย เร่งรัดจังหวัดดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2567 ครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยให้สามารถเบิกจ่ายถึงมือประชาชนได้โดยเร็ว 4. การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ในห้วงต่อไป นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำ &ldquo;คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 12 - 16 ธันวาคม 2567 จะเกิดฝนตกต่อเนื่องในปริมาณที่หนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง ตรัง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอเน้นย้ำเรื่องการแจ้งเตือนภัยให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง และเตรียมตัวอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย ส่วนเรื่องการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้เร่งสำรวจความเสียหายภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย ยืนยันรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้กำชับทุกภาคส่วนให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมถึงมาตรการเยียวยาต่าง ๆ ได้ใช้แนวทางการช่วยเหลือเหตุการณ์ในภาคเหนือ ซึ่งจะทำให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น&rdquo; นอกจากนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ได้มีข้อสั่งการไปยังหน่วยงานราชการต่างๆ ให้ยกระดับการรับมือสถานการณ์เพื่อช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ ทั้งเรื่องการระดมเครื่องจักร/เครื่องมือ จัดตั้งศูนย์พักพิง การประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เส้นทางคมนาคม เตรียมการตัดไฟและตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของประชาชน และเตรียมความพร้อมสำหรับการอพยพ รายละเอียด ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ประกาศเตือน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (ระหว่างวันที่ 12-16 ธันวาคม 2567) บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งคาดว่าจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกในช่วงวันที่ 12-16 ธันวาคม 2567 มีฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่เกิดจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม และลมกระโชกแรง ซึ่งอาจทำให้พื้นที่เสี่ยงภัยเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มในพื้นที่ลาดเชิงเขา สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ไว้ด้วย สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ (10 ธ.ค. 67) เวลา 06.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช และ สงขลา จำนวน 6 อำเภอ 19 ตำบล 80 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,045 ครัวเรือน การให้ความช่วยเหลือ (9 ธ.ค. 67) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมกับ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเทพา และอำเภอ สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา รวมจำนวน 2,000 ชุด และสิ่งของพระราชทานสำหรับเด็กอีก 100 ชุด ณ ศาลาประชาคมที่ว่าการ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา นายกฯ &ldquo;แพทองธาร&rdquo; สั่งพร้อมรับมือฝนระลอกสองภาคใต้ 12 ธันวาคมนี้ (9 ธ.ค. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เพื่อรับรายงานความเสียหาย และการเตรียมการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ผ่านระบบ Video Conference กับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้) โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วม นายกรัฐมนตรีได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ 12 จังหวัด และได้ประชุมกับผู้ว่าราชการทั้ง 12 จังหวัด โดยได้ปรับหลักเกณฑ์การอนุมัติเงินฉุกเฉินระดับจังหวัด จาก 20 ล้านบาท เป็น 70 ล้านบาท และก่อนหน้านี้ ครม. ได้อนุมัติงบประมาณ 5 พันล้านบาทในการช่วยเหลือ รายละ 9,000 บาทไปแล้ว โดยได้จ่ายเยียวยาเบื้องต้นไปแล้วกว่า 2,700 ล้านบาท ซึ่งขอบคุณจังหวัดที่สามารถทยอยมอบให้ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหมือนในอดีตที่ต้องรอนานหลายเดือนกว่าจะได้รับ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้ ศปช.ส่วนหน้าให้เตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเนื่องจากสัปดาห์นี้ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคมนี้ ศปช.ได้แจ้งเตือนแล้วว่าจะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมได้ ขอให้ส่วนหน้าเตรียมพร้อมรับมือให้ทันสถานการณ์ตลอด 24 ชม. ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ทำงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานคณะทำงาน ได้มีการสั่งการคนที่ดูแลพื้นที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที ที่ผ่านมานายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ลงพื้นที่ไปแล้ว โดยได้รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัยกลับมา รัฐบาลยินดีพร้อมที่จะดูแลประชาชน ขณะเดียวกันได้รับเสียงสะท้อนจากหลายจังหวัดว่าระดับน้ำลดลง ตนเองรู้สึกอุ่นใจขึ้น แต่สถานการณ์น้ำในพื้นที่ใดยังมีจำนวนมาก หากยังไม่ได้รับความช่วยเหลือขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ส่วนสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ถนน น้ำประปา ที่ติดปัญหาก็ขอให้แจ้งให้ชัดเจน เพื่อจะได้ส่งความช่วยเหลือให้ถูกต้อง เพราะต้องการให้ประชาชนกลับมามีชีวิตที่ปกติได้รวดเร็ว ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ถือว่ามีบทเรียน และมีกรณีตัวอย่างจากทางภาคเหนือและอีสานแล้ว จึงสามารถที่จะลงช่วยเหลือพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมก็ถือว่ามีข้อดีอยู่บ้าง นั่นคือ การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ภายหลังรับฟังรายงานความเสียหายและการเตรียมการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ผ่านระบบ Video Conference กับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้) นายกรัฐมนตรีกล่าวขอขอบคุณผู้ว่าราชการภาคใต้ 12 จังหวัด ที่ได้ทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมกับสั่งการให้ดำเนินการ ดังนี้</p>

<p>1. ด้านชีวิตความเป็นอยู่ ให้ทุกหน่วยงานเร่งเข้าให้การช่วยเหลือ ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย ทั้งด้านที่อยู่อาศัย ดูแลด้านการดำรงชีพเบื้องต้นให้เพียงพอ และให้พิจารณาถึงความต้องการพิเศษโดยเฉพาะผู้ประสบภัยกลุ่มเปราะบาง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการฟื้นฟูในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการประกอบอาชีพ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ</p>

<p>2. ด้านสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐาน เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เส้นทางคมนาคม โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า และระบบน้ำประปา ในพื้นที่ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาให้บริการประชาชนได้ตามปกติโดยเร็ว ออกมาตรการลดผลกระทบเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไฟฟ้า ประปา ระบบโทรคมนาคม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนโดยเร็ว</p>

<p>3. การเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้กระทรวงมหาดไทย เร่งรัดจังหวัดดำเนินการ ดังนี้ เร่งรัดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ซึ่งได้เห็นชอบใช้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2567 ครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยให้สามารถเบิกจ่ายถึงมือประชาชนได้โดยเร็ว</p>

<p>4. การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ในห้วงต่อไป ให้หน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวัง ประเมินสถานการณ์ และแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแจ้งแนวทางการปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย โดยให้อพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว/พื้นที่ปลอดภัย ที่หน่วยงานภาครัฐจัดไว้ให้ ก่อนเกิดสถานการณ์ในพื้นที่ ให้เตรียมความพร้อมทรัพยากรทุกด้าน ทั้งด้านเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย กำลังเจ้าหน้าที่ ไว้ประจำในพื้นที่เสี่ยง ให้พร้อมปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดภัย นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำ &ldquo;คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 12 - 16 ธันวาคม 2567 จะเกิดฝนตกต่อเนื่องในปริมาณที่หนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง ตรัง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอเน้นย้ำเรื่องการแจ้งเตือนภัยให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง และเตรียมตัวอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย ส่วนเรื่องการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้เร่งสำรวจความเสียหายภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย ยืนยันรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้กำชับทุกภาคส่วนให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมถึงมาตรการเยียวยาต่าง ๆ ได้ใช้แนวทางการช่วยเหลือเหตุการณ์ในภาคเหนือ ซึ่งจะทำให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น&rdquo; ปภ. ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อให้ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที (9 ธ.ค. 67) นายภาสกร บุญญลักษณ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า &ldquo;กรม ปภ. พร้อมปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในห้วงต่อไป โดยได้จัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ส่วนหน้า) นราธิวาส เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นเอกภาพและทันต่อเหตุการณ์ โดยมอบหมายให้นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทีมปฏิบัติการของ ปภ. จากส่วนกลางไปประจำ ณ จังหวัดนราธิวาส และจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมทั้งตรึงกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกล สาธารณภัยให้อยู่ประจำในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยเพื่อให้ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ปภ. ได้ประชุมชี้แจงแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2567 เพิ่มเติม ในพื้นที่ 16 จังหวัด โดยได้ชี้แจงหลักเกณฑ์ แนวทางปฏิบัติ และขั้นตอนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามมติเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด&rdquo; &ldquo;ภูมิธรรม&rdquo; สั่งยกระดับรับมือฝนถล่ม 10 จังหวัดภาคใต้ 12-16 ธ.ค. ย้ำทุกหน่วยงานต้องบูรณาการช่วยประชาชนอย่างเต็มความสามารถ (9 ธ.ค. 67) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับรายงานจากคณะทำงานฯ ถึงแนวโน้มสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง ตรัง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ระหว่างวันที่ 12 &ndash; 16 ธันวาคม 2567 จึงได้มีข้อสั่งการไปยังหน่วยงานราชการต่างๆ ให้ยกระดับการรับมือสถานการณ์เพื่อช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ ดังนี้</p>

<p>1. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน และกระทรวงกลาโหม เตรียมสนับสนุนกำลังพลและอุปกรณ์เพิ่มเติมในพื้นที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ให้ระดมเครื่องจักร/เครื่องมือ รวมทั้งจัดตั้งศูนย์พักพิง เตรียมมความพร้อมประจำการในพื้นที่จนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝนทางภาคใต้</p>

<p>2. กรมประชาสัมพันธ์ ประสานข้อมูลจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมทรัพยากรธรณี และภาคีเครือข่าย เพื่อออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างทันท่วงที</p>

<p>3. กรมทรัพยากรธรณี เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม โดยให้ประสานข้อมูลกับกระทรวงคมนาคม เพื่อเฝ้าระวังเส้นทางคมนาคมที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากดินถล่ม รวมทั้งกรณีน้ำหลากที่อาจตัดขาดเส้นทางคมนาคมขนส่ง</p>

<p>4. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำรวจจุดที่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำ เตรียมการตัดไฟและตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของประชาชน</p>

<p>5. กระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม โดยให้เตรียมการป้องกันโรงพยาบาล ขณะเดียวกันให้ประสานกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำรวจจัดทำบัญชีผู้ป่วยติดเตียงเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการอพยพ</p>

<p>6. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ร่วมกับกรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ให้พิจารณาการระบายน้ำของเขื่อนบางลาง เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำให้มากที่สุด ผอ.ศปช. กล่าวย้ำว่า รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เป็นอย่างมาก จึงได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งระดมกำลังพร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมรับมือและป้องกันในช่วงวันที่ 12-16 ธันวาคมนี้ ผอ.ศปช.กล่าวว่า &ldquo;ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีกลไกการทำงานร่วมกันผ่านคณะทำงาน ศปช. เพื่อประเมินสถานการณ์รายวัน และแจ้งเตือนเป็นรายพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การเตรียมการและสนับสนุนความช่วยเหลือในทุกรูปแบบได้ทันทีที่เกิดสถานการณ์หรือได้รับการร้องขอ โดยคณะทำงานชุดนี้จะทำงานต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ&rdquo; สทนช. ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ภาคใต้ 12 &ndash; 16 ธันวาคม 2567 (9 ธ.ค. 67) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศ ฉบับที่ 22/2567 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ภาคใต้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ในช่วงวันที่ 12 &ndash; 16 ธันวาคม 2567 ดังนี้</p>

<p>1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง ที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำเนื่องจากระบายไม่ทัน บริเวณ จ.ชุมพร (เมืองชุมพร ละแม สวี ทุ่งตะโก หลังสวน และพะโต๊ะ) สุราษฎร์ธานี (เมืองสุราษฎร์ธานี บ้านนาเดิม กาญจนดิษฐ์ บ้านนาสาร เวียงสระ พุนพิน เคียนซา พระแสง ดอนสัก เกาะพะงัน และเกาะสมุย) นครศรีธรรมราช (เมืองนครศรีธรรมราช พระพรหม ถ้ำพรรณรา ช้างกลาง จุฬาภรณ์ ขนอม สิชล นบพิตำ พิปูน ท่าศาลา พรหมคีรี ลานสกา และชะอวด) ตรัง (รัษฎา และปะเหลียน) พัทลุง (ศรีนครินทร์ ป่าบอน และกงหรา) สงขลา (ควนเนียง จะนะ นาทวี สะเดา และสะบ้าย้อย) ปัตตานี (เมืองปัตตานี ไม้แก่น กะพ้อ ยะรัง สายบุรี ยะหริ่ง ทุ่งยางแดง ปะนาเระ หนองจิก และมายอ) ยะลา (เมืองยะลา กรงปินัง ธารโต บันนังสตา ยะหา และรามัน) นราธิวาส (เมืองนราธิวาส บาเจาะ ศรีสาคร เจาะไอร้อง ยี่งอ ระแงะ รือเสาะ จะแนะ สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี และตากใบ)</p>

<p>2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 บริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี สงขลา ยะลา และอ่างเก็บน้ำที่มีสถิติปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมากกว่าความจุเก็บกัก ที่มีความเสี่ยงน้ำล้นอ่างฯ และส่งผลกระทบให้น้ำท่วมบริเวณด้านท้ายน้ำ สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่โดยเฉพาะเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา ปัจจุบันมีระดับน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับที่มีความเสี่ยง อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของเขื่อน ให้พิจารณาบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ไม่ให้เกิดผลกระทบหรือเกิดผลกระทบบริเวณท้ายเขื่อนน้อยที่สุด และให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเขื่อนด้วย</p>

<p>3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ คลองชุมพร คลองหลังสวน แม่น้ำตาปี คลองท่าดี คลองชะอวด แม่น้ำตรัง คลองลำ คลองท่าแนะ คลองอู่ตะเภา แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำบางนรา แม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้</p>

<p>1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ</p>

<p>2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและ อิทธิพลของการขึ้น &ndash; ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก</p>

<p>3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันที</p>

<p>4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ กรมชลประทาน เฝ้าระวังรับมือฝนตกหนักภาคใต้ 12-16 ธันวาคมนี้</p>

<p>(9 ธ.ค. 67) นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักจนทำให้เกิดอุทกภัยในหลายจังหวัดของทางภาคใต้ รัฐบาลมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน เร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ ในช่วงวันที่ 12-16 ธันวาคม 2567 นี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งทางภาคใต้ บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม จึงได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 15-17 ติดตามและเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ชะอวด อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกับพร่องน้ำเพื่อเตรียมพื้นที่ว่างไว้รองรับน้ำฝนที่จะตกลงมาเพิ่มอีกระลอก รวมไปถึงการจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ รวมกว่า 500 หน่วย ประจำจุดเสี่ยงในการเข้าช่วยเหลือหากเกิดอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด</p>

<p><a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZXb4X3ZKralTfrHibQXDDipwgFk8oCUzP5JlVS0rgQzUcsKKBIczdsuOQOfka9LMkeBs41kAlro24R4cFXg3i8kUzioZv3zmYSNi6fSuhfNZg2HqN9w0dapN3hM925OR2eJ5ZefMTRQBt9h5JbApGyln-P0SVSB8m620V0ZYoV7lAwsqWcs6OD9uLB2exU2whRLJX1OzT070nAIQyB1xT7QrhQ0SVOWjYFvUdG2vAczse6TopfCJTfe7HwHkmgths-JoeUVc7oGOj0HdOYPhuzHQrVl8IPQncVlvEnbYFVBhl9E7tW0ag2N8L3D738zda6t7YnVjcvoMuo4jb-DleD07Th1FP7QugWoaW40Ki6knkeQI3DQshApC7-EyehnMOvl3-jwtqoMus5oFM7qw9dblExbcLKD9yIrPl7WQJWX0-3-ToU8Fd3u1zbEd54UhPhQ9mPcl8-YHPYaIZhX11eZ8DO194lU7-fYZ7KP34O0FaYgpL2_ApxSNrKCIYXeIpeAjMHoEP4pBxCzre0WzIv0U3v51P7fiBKuya--Wa_LAFVz_zyU21URi0CwzWqnrTnGfznuBSIQZR53okE6v3vR7o6KLnsq9iLoOMJiBiBK3-TNJV-zl9T9A9Wn2FzSX3DxBGKRB0FzTmRqHrudZ9DqO0NKI-hn9LzcSYJ5YoIENlEy4hjRl5r6MZZjmabntHoQIDNmQ7jRyMnAy_2uEE65db-1FG3oO7qH4lCBs50UEds_FL6SPLmR47iVR2zQwwv7TgSaX1D7IEHPYLzk8Yjwu5P_CrDnF7wPa6Bd9h53CsdF6BiSnq3lOtTTusNnlUUWdFszvymZKhttdSp8ggqnj3iEP0N_hJerEDoDPLQLtQrefXCVYAlfSclwIPk5mZFVTkI5VuRTIa3fR874ySEVqCTMkDwwx8PisHSYOZsS6Y7J5E8Lth9aUXK1c6V3i9HUjdEPDdpgZCFf6DRWmulCzwFy3njkMZigSNJs02bC8khI_J3iwrlgX3XveDJF7AVRH1vr1xLSVhyQm3ks87M1-I7FmRqujYHz3LfpGkLUY-YYWHFj5RyyC2JNNxqg3onKOS6Y_xzEfwWRGlsdl16AkWcGJcIqCqqu2yDA3lLXa4ecL23lVj67y3n2PpFUpotv5fIZ2VuJKVyvbgppI7QZ66u8MwljdeGgEQgs5HskxwEUotVcLge27TQete2Xt0smqltRNKprdRq9NmxE3JC1t2nCjkbnGINRkpqU_wWwsFHGAmm9PDU_kswMEGGrqzsCUo6JYmBF9361hfTBsHdtFf46uGBWJ9a15zrljMSS27GvGPp7zyNJc2ebXOy8d-i-s-Rw13_gXuj8CNOqpRc9" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZXiWxa48D0WifdzCtKhxM0IFFi6tXktUGg5bZFRON3Fdlf_bBhg0seISNuJzKdBnP7xcw08YgVo3J_7iAEcE2t-bgsSvki3TcZ7uc-R_2DhRuG8r8e7aXQ4_cVecYeRtq-aihwrGOLukwbD2qxpxWn6RO2IH78EaLPH_vlzz-RB4jLmOyRPU5EC024vvvhyUBk&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#นายกติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZXb4X3ZKralTfrHibQXDDipwgFk8oCUzP5JlVS0rgQzUcsKKBIczdsuOQOfka9LMkeBs41kAlro24R4cFXg3i8kUzioZv3zmYSNi6fSuhfNZg2HqN9w0dapN3hM925OR2eJ5ZefMTRQBt9h5JbApGyln-P0SVSB8m620V0ZYoV7lAwsqWcs6OD9uLB2exU2whRLJX1OzT070nAIQyB1xT7QrhQ0SVOWjYFvUdG2vAczse6TopfCJTfe7HwHkmgths-JoeUVc7oGOj0HdOYPhuzHQrVl8IPQncVlvEnbYFVBhl9E7tW0ag2N8L3D738zda6t7YnVjcvoMuo4jb-DleD07Th1FP7QugWoaW40Ki6knkeQI3DQshApC7-EyehnMOvl3-jwtqoMus5oFM7qw9dblExbcLKD9yIrPl7WQJWX0-3-ToU8Fd3u1zbEd54UhPhQ9mPcl8-YHPYaIZhX11eZ8DO194lU7-fYZ7KP34O0FaYgpL2_ApxSNrKCIYXeIpeAjMHoEP4pBxCzre0WzIv0U3v51P7fiBKuya--Wa_LAFVz_zyU21URi0CwzWqnrTnGfznuBSIQZR53okE6v3vR7o6KLnsq9iLoOMJiBiBK3-TNJV-zl9T9A9Wn2FzSX3DxBGKRB0FzTmRqHrudZ9DqO0NKI-hn9LzcSYJ5YoIENlEy4hjRl5r6MZZjmabntHoQIDNmQ7jRyMnAy_2uEE65db-1FG3oO7qH4lCBs50UEds_FL6SPLmR47iVR2zQwwv7TgSaX1D7IEHPYLzk8Yjwu5P_CrDnF7wPa6Bd9h53CsdF6BiSnq3lOtTTusNnlUUWdFszvymZKhttdSp8ggqnj3iEP0N_hJerEDoDPLQLtQrefXCVYAlfSclwIPk5mZFVTkI5VuRTIa3fR874ySEVqCTMkDwwx8PisHSYOZsS6Y7J5E8Lth9aUXK1c6V3i9HUjdEPDdpgZCFf6DRWmulCzwFy3njkMZigSNJs02bC8khI_J3iwrlgX3XveDJF7AVRH1vr1xLSVhyQm3ks87M1-I7FmRqujYHz3LfpGkLUY-YYWHFj5RyyC2JNNxqg3onKOS6Y_xzEfwWRGlsdl16AkWcGJcIqCqqu2yDA3lLXa4ecL23lVj67y3n2PpFUpotv5fIZ2VuJKVyvbgppI7QZ66u8MwljdeGgEQgs5HskxwEUotVcLge27TQete2Xt0smqltRNKprdRq9NmxE3JC1t2nCjkbnGINRkpqU_wWwsFHGAmm9PDU_kswMEGGrqzsCUo6JYmBF9361hfTBsHdtFf46uGBWJ9a15zrljMSS27GvGPp7zyNJc2ebXOy8d-i-s-Rw13_gXuj8CNOqpRc9" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A8%E0%B8%9B%E0%B8%8A?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZXiWxa48D0WifdzCtKhxM0IFFi6tXktUGg5bZFRON3Fdlf_bBhg0seISNuJzKdBnP7xcw08YgVo3J_7iAEcE2t-bgsSvki3TcZ7uc-R_2DhRuG8r8e7aXQ4_cVecYeRtq-aihwrGOLukwbD2qxpxWn6RO2IH78EaLPH_vlzz-RB4jLmOyRPU5EC024vvvhyUBk&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ศปช</a> # กรมอุตุนิยมวิทยา</p>

<p><a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZXb4X3ZKralTfrHibQXDDipwgFk8oCUzP5JlVS0rgQzUcsKKBIczdsuOQOfka9LMkeBs41kAlro24R4cFXg3i8kUzioZv3zmYSNi6fSuhfNZg2HqN9w0dapN3hM925OR2eJ5ZefMTRQBt9h5JbApGyln-P0SVSB8m620V0ZYoV7lAwsqWcs6OD9uLB2exU2whRLJX1OzT070nAIQyB1xT7QrhQ0SVOWjYFvUdG2vAczse6TopfCJTfe7HwHkmgths-JoeUVc7oGOj0HdOYPhuzHQrVl8IPQncVlvEnbYFVBhl9E7tW0ag2N8L3D738zda6t7YnVjcvoMuo4jb-DleD07Th1FP7QugWoaW40Ki6knkeQI3DQshApC7-EyehnMOvl3-jwtqoMus5oFM7qw9dblExbcLKD9yIrPl7WQJWX0-3-ToU8Fd3u1zbEd54UhPhQ9mPcl8-YHPYaIZhX11eZ8DO194lU7-fYZ7KP34O0FaYgpL2_ApxSNrKCIYXeIpeAjMHoEP4pBxCzre0WzIv0U3v51P7fiBKuya--Wa_LAFVz_zyU21URi0CwzWqnrTnGfznuBSIQZR53okE6v3vR7o6KLnsq9iLoOMJiBiBK3-TNJV-zl9T9A9Wn2FzSX3DxBGKRB0FzTmRqHrudZ9DqO0NKI-hn9LzcSYJ5YoIENlEy4hjRl5r6MZZjmabntHoQIDNmQ7jRyMnAy_2uEE65db-1FG3oO7qH4lCBs50UEds_FL6SPLmR47iVR2zQwwv7TgSaX1D7IEHPYLzk8Yjwu5P_CrDnF7wPa6Bd9h53CsdF6BiSnq3lOtTTusNnlUUWdFszvymZKhttdSp8ggqnj3iEP0N_hJerEDoDPLQLtQrefXCVYAlfSclwIPk5mZFVTkI5VuRTIa3fR874ySEVqCTMkDwwx8PisHSYOZsS6Y7J5E8Lth9aUXK1c6V3i9HUjdEPDdpgZCFf6DRWmulCzwFy3njkMZigSNJs02bC8khI_J3iwrlgX3XveDJF7AVRH1vr1xLSVhyQm3ks87M1-I7FmRqujYHz3LfpGkLUY-YYWHFj5RyyC2JNNxqg3onKOS6Y_xzEfwWRGlsdl16AkWcGJcIqCqqu2yDA3lLXa4ecL23lVj67y3n2PpFUpotv5fIZ2VuJKVyvbgppI7QZ66u8MwljdeGgEQgs5HskxwEUotVcLge27TQete2Xt0smqltRNKprdRq9NmxE3JC1t2nCjkbnGINRkpqU_wWwsFHGAmm9PDU_kswMEGGrqzsCUo6JYmBF9361hfTBsHdtFf46uGBWJ9a15zrljMSS27GvGPp7zyNJc2ebXOy8d-i-s-Rw13_gXuj8CNOqpRc9" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZXiWxa48D0WifdzCtKhxM0IFFi6tXktUGg5bZFRON3Fdlf_bBhg0seISNuJzKdBnP7xcw08YgVo3J_7iAEcE2t-bgsSvki3TcZ7uc-R_2DhRuG8r8e7aXQ4_cVecYeRtq-aihwrGOLukwbD2qxpxWn6RO2IH78EaLPH_vlzz-RB4jLmOyRPU5EC024vvvhyUBk&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZXb4X3ZKralTfrHibQXDDipwgFk8oCUzP5JlVS0rgQzUcsKKBIczdsuOQOfka9LMkeBs41kAlro24R4cFXg3i8kUzioZv3zmYSNi6fSuhfNZg2HqN9w0dapN3hM925OR2eJ5ZefMTRQBt9h5JbApGyln-P0SVSB8m620V0ZYoV7lAwsqWcs6OD9uLB2exU2whRLJX1OzT070nAIQyB1xT7QrhQ0SVOWjYFvUdG2vAczse6TopfCJTfe7HwHkmgths-JoeUVc7oGOj0HdOYPhuzHQrVl8IPQncVlvEnbYFVBhl9E7tW0ag2N8L3D738zda6t7YnVjcvoMuo4jb-DleD07Th1FP7QugWoaW40Ki6knkeQI3DQshApC7-EyehnMOvl3-jwtqoMus5oFM7qw9dblExbcLKD9yIrPl7WQJWX0-3-ToU8Fd3u1zbEd54UhPhQ9mPcl8-YHPYaIZhX11eZ8DO194lU7-fYZ7KP34O0FaYgpL2_ApxSNrKCIYXeIpeAjMHoEP4pBxCzre0WzIv0U3v51P7fiBKuya--Wa_LAFVz_zyU21URi0CwzWqnrTnGfznuBSIQZR53okE6v3vR7o6KLnsq9iLoOMJiBiBK3-TNJV-zl9T9A9Wn2FzSX3DxBGKRB0FzTmRqHrudZ9DqO0NKI-hn9LzcSYJ5YoIENlEy4hjRl5r6MZZjmabntHoQIDNmQ7jRyMnAy_2uEE65db-1FG3oO7qH4lCBs50UEds_FL6SPLmR47iVR2zQwwv7TgSaX1D7IEHPYLzk8Yjwu5P_CrDnF7wPa6Bd9h53CsdF6BiSnq3lOtTTusNnlUUWdFszvymZKhttdSp8ggqnj3iEP0N_hJerEDoDPLQLtQrefXCVYAlfSclwIPk5mZFVTkI5VuRTIa3fR874ySEVqCTMkDwwx8PisHSYOZsS6Y7J5E8Lth9aUXK1c6V3i9HUjdEPDdpgZCFf6DRWmulCzwFy3njkMZigSNJs02bC8khI_J3iwrlgX3XveDJF7AVRH1vr1xLSVhyQm3ks87M1-I7FmRqujYHz3LfpGkLUY-YYWHFj5RyyC2JNNxqg3onKOS6Y_xzEfwWRGlsdl16AkWcGJcIqCqqu2yDA3lLXa4ecL23lVj67y3n2PpFUpotv5fIZ2VuJKVyvbgppI7QZ66u8MwljdeGgEQgs5HskxwEUotVcLge27TQete2Xt0smqltRNKprdRq9NmxE3JC1t2nCjkbnGINRkpqU_wWwsFHGAmm9PDU_kswMEGGrqzsCUo6JYmBF9361hfTBsHdtFf46uGBWJ9a15zrljMSS27GvGPp7zyNJc2ebXOy8d-i-s-Rw13_gXuj8CNOqpRc9" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZXiWxa48D0WifdzCtKhxM0IFFi6tXktUGg5bZFRON3Fdlf_bBhg0seISNuJzKdBnP7xcw08YgVo3J_7iAEcE2t-bgsSvki3TcZ7uc-R_2DhRuG8r8e7aXQ4_cVecYeRtq-aihwrGOLukwbD2qxpxWn6RO2IH78EaLPH_vlzz-RB4jLmOyRPU5EC024vvvhyUBk&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#กระทรวงมหาดไทย</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZXb4X3ZKralTfrHibQXDDipwgFk8oCUzP5JlVS0rgQzUcsKKBIczdsuOQOfka9LMkeBs41kAlro24R4cFXg3i8kUzioZv3zmYSNi6fSuhfNZg2HqN9w0dapN3hM925OR2eJ5ZefMTRQBt9h5JbApGyln-P0SVSB8m620V0ZYoV7lAwsqWcs6OD9uLB2exU2whRLJX1OzT070nAIQyB1xT7QrhQ0SVOWjYFvUdG2vAczse6TopfCJTfe7HwHkmgths-JoeUVc7oGOj0HdOYPhuzHQrVl8IPQncVlvEnbYFVBhl9E7tW0ag2N8L3D738zda6t7YnVjcvoMuo4jb-DleD07Th1FP7QugWoaW40Ki6knkeQI3DQshApC7-EyehnMOvl3-jwtqoMus5oFM7qw9dblExbcLKD9yIrPl7WQJWX0-3-ToU8Fd3u1zbEd54UhPhQ9mPcl8-YHPYaIZhX11eZ8DO194lU7-fYZ7KP34O0FaYgpL2_ApxSNrKCIYXeIpeAjMHoEP4pBxCzre0WzIv0U3v51P7fiBKuya--Wa_LAFVz_zyU21URi0CwzWqnrTnGfznuBSIQZR53okE6v3vR7o6KLnsq9iLoOMJiBiBK3-TNJV-zl9T9A9Wn2FzSX3DxBGKRB0FzTmRqHrudZ9DqO0NKI-hn9LzcSYJ5YoIENlEy4hjRl5r6MZZjmabntHoQIDNmQ7jRyMnAy_2uEE65db-1FG3oO7qH4lCBs50UEds_FL6SPLmR47iVR2zQwwv7TgSaX1D7IEHPYLzk8Yjwu5P_CrDnF7wPa6Bd9h53CsdF6BiSnq3lOtTTusNnlUUWdFszvymZKhttdSp8ggqnj3iEP0N_hJerEDoDPLQLtQrefXCVYAlfSclwIPk5mZFVTkI5VuRTIa3fR874ySEVqCTMkDwwx8PisHSYOZsS6Y7J5E8Lth9aUXK1c6V3i9HUjdEPDdpgZCFf6DRWmulCzwFy3njkMZigSNJs02bC8khI_J3iwrlgX3XveDJF7AVRH1vr1xLSVhyQm3ks87M1-I7FmRqujYHz3LfpGkLUY-YYWHFj5RyyC2JNNxqg3onKOS6Y_xzEfwWRGlsdl16AkWcGJcIqCqqu2yDA3lLXa4ecL23lVj67y3n2PpFUpotv5fIZ2VuJKVyvbgppI7QZ66u8MwljdeGgEQgs5HskxwEUotVcLge27TQete2Xt0smqltRNKprdRq9NmxE3JC1t2nCjkbnGINRkpqU_wWwsFHGAmm9PDU_kswMEGGrqzsCUo6JYmBF9361hfTBsHdtFf46uGBWJ9a15zrljMSS27GvGPp7zyNJc2ebXOy8d-i-s-Rw13_gXuj8CNOqpRc9" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZXiWxa48D0WifdzCtKhxM0IFFi6tXktUGg5bZFRON3Fdlf_bBhg0seISNuJzKdBnP7xcw08YgVo3J_7iAEcE2t-bgsSvki3TcZ7uc-R_2DhRuG8r8e7aXQ4_cVecYeRtq-aihwrGOLukwbD2qxpxWn6RO2IH78EaLPH_vlzz-RB4jLmOyRPU5EC024vvvhyUBk&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#กรมชลประทาน</a> <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZXb4X3ZKralTfrHibQXDDipwgFk8oCUzP5JlVS0rgQzUcsKKBIczdsuOQOfka9LMkeBs41kAlro24R4cFXg3i8kUzioZv3zmYSNi6fSuhfNZg2HqN9w0dapN3hM925OR2eJ5ZefMTRQBt9h5JbApGyln-P0SVSB8m620V0ZYoV7lAwsqWcs6OD9uLB2exU2whRLJX1OzT070nAIQyB1xT7QrhQ0SVOWjYFvUdG2vAczse6TopfCJTfe7HwHkmgths-JoeUVc7oGOj0HdOYPhuzHQrVl8IPQncVlvEnbYFVBhl9E7tW0ag2N8L3D738zda6t7YnVjcvoMuo4jb-DleD07Th1FP7QugWoaW40Ki6knkeQI3DQshApC7-EyehnMOvl3-jwtqoMus5oFM7qw9dblExbcLKD9yIrPl7WQJWX0-3-ToU8Fd3u1zbEd54UhPhQ9mPcl8-YHPYaIZhX11eZ8DO194lU7-fYZ7KP34O0FaYgpL2_ApxSNrKCIYXeIpeAjMHoEP4pBxCzre0WzIv0U3v51P7fiBKuya--Wa_LAFVz_zyU21URi0CwzWqnrTnGfznuBSIQZR53okE6v3vR7o6KLnsq9iLoOMJiBiBK3-TNJV-zl9T9A9Wn2FzSX3DxBGKRB0FzTmRqHrudZ9DqO0NKI-hn9LzcSYJ5YoIENlEy4hjRl5r6MZZjmabntHoQIDNmQ7jRyMnAy_2uEE65db-1FG3oO7qH4lCBs50UEds_FL6SPLmR47iVR2zQwwv7TgSaX1D7IEHPYLzk8Yjwu5P_CrDnF7wPa6Bd9h53CsdF6BiSnq3lOtTTusNnlUUWdFszvymZKhttdSp8ggqnj3iEP0N_hJerEDoDPLQLtQrefXCVYAlfSclwIPk5mZFVTkI5VuRTIa3fR874ySEVqCTMkDwwx8PisHSYOZsS6Y7J5E8Lth9aUXK1c6V3i9HUjdEPDdpgZCFf6DRWmulCzwFy3njkMZigSNJs02bC8khI_J3iwrlgX3XveDJF7AVRH1vr1xLSVhyQm3ks87M1-I7FmRqujYHz3LfpGkLUY-YYWHFj5RyyC2JNNxqg3onKOS6Y_xzEfwWRGlsdl16AkWcGJcIqCqqu2yDA3lLXa4ecL23lVj67y3n2PpFUpotv5fIZ2VuJKVyvbgppI7QZ66u8MwljdeGgEQgs5HskxwEUotVcLge27TQete2Xt0smqltRNKprdRq9NmxE3JC1t2nCjkbnGINRkpqU_wWwsFHGAmm9PDU_kswMEGGrqzsCUo6JYmBF9361hfTBsHdtFf46uGBWJ9a15zrljMSS27GvGPp7zyNJc2ebXOy8d-i-s-Rw13_gXuj8CNOqpRc9" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A520%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZXiWxa48D0WifdzCtKhxM0IFFi6tXktUGg5bZFRON3Fdlf_bBhg0seISNuJzKdBnP7xcw08YgVo3J_7iAEcE2t-bgsSvki3TcZ7uc-R_2DhRuG8r8e7aXQ4_cVecYeRtq-aihwrGOLukwbD2qxpxWn6RO2IH78EaLPH_vlzz-RB4jLmOyRPU5EC024vvvhyUBk&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#นโยบายรัฐบาล20กระทรวง</a></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://radiosukhothai.prd.go.th/cms/s229/u1677/101267_1.jpg" style="width: 850px; height: 850px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiosukhothai.prd.go.th/th/file/get/file/202412105b70c0097ce90bcbf576b3c2b0fc762d142707.jpg' type='image/jpg' length='48429' />
</item>
</channel>
</rss>
