รัฐบาลโชว์ผลงาน “ดีอี” ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกมิติ

             กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลอย่างเข้มข้น ผลการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในหลายด้าน เช่น การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ การปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เว็บผิดกฎหมาย และเว็บพนัน มาตรการแก้ไขปัญหาบัญชีม้า เร่งอายัด และตัดตอนการโอนเงิน หรือเสาโทรคมนาคมที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดน การแก้ปัญหาหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ และการบูรณาการข้อมูลต่าง ๆ ของทุกหน่วยภาครัฐ รวมถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาการแก้กฎหมายเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เร่งรัดคืนเงินผู้เสียหาย แก้ไขระเบียบที่ล้าสมัย เพิ่มโทษผู้กระทำความผิด โดยในปี 2568 ยังมีอีก 2 มาตรการที่เตรียมมีผลบังคับใช้ เช่น แพลตฟอร์ม DE-fence และการเพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียนนิติบุคคลป้องกันการหลอกลวงประชาชน พิจารณาร่างกฎหมายพิเศษ เร่งคืนเงินผู้เสียหาย (9 ส.ค. 67) ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทางเทคโนโลยี 7/2567 ร่วมหารือกันเพื่อดำเนินงานตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี พิจารณาการแก้กฎหมายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์รวมทั้งเร่งรัดคืนเงินผู้เสียหาย สรุปได้ดังนี้

(1) การเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีที่มีการระงับหรืออายัดบัญชีม้าที่มีเงินในธนาคาร มีมูลค่าหลายพันล้านบาท แต่ยังไม่สามารถคืนเงินผู้เสียหายได้ เนื่องจากการดำเนินคดียังไม่สิ้นสุด หรือ ยังติดขัดข้อกฎหมาย กฎระเบียบที่ล้าสมัย

(2) การเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมในวงกว้าง จึงต้องมีการกำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องและคนร้ายในอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 5 ปี

(3) การป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนร้ายหรือโจรออนไลน์

(4) การระงับธุรกรรมต้องสงสัยในส่วนของการใช้ซิม หรือการสื่อสารต้องสงสัยเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการแก้กฎหมายในประเด็นอื่นที่เป็นปัญหาอุปสรรค ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง กระบวนการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับคดีออนไลน์ ที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ มีมติ ให้คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายรวบรวมประเด็นและจัดทำร่างกฎหมายพิเศษเพื่อเสนอคณะกรรมการฯ พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ดีอี เร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ตามนโยบายของรัฐบาล (18 ธ.ค. 67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 10/2567 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือเพื่อดำเนินงานตามนโยบายปราบปรามภัยออนไลน์ของรัฐบาล ซึ่งได้มีการพิจารณาผลดำเนินการและมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ 8 เรื่องที่สำคัญ ดังนี้

1. การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ เพิ่มขึ้นทุกกรณีจากการปราบปรามอย่างจริงจัง

- การจับกุมคดีออนไลน์รวมทุกประเภท พ.ย. 67 มีจำนวน 3,669 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค.67 ที่มีจำนวนการ จับกุม 2,256 ราย

- การจับกุมคดีเว็บพนันออนไลน์ พ.ย. 67 มีจำนวน 13,810 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค.67 ที่มีจำนวนการจับกุม 793 ราย

- การจับกุมคดีซิมม้า บัญชีม้า พ.ย. 67 มีจำนวน 2,476 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค.67 ที่มีจำนวนการจับกุม 180 ราย ภาพรวมการจับกุมลดลงเมื่อเทียบกับก่อนดำเนินการตามมาตรการปราบปรามฯ โดยเฉพาะการจับกุมบัญชีม้า ชิมม้า ลดลงถึงร้อยละ 49.17 (ข้อมูล 19 พ.ย. 67)

2. การปิดโซเชียลมีเดีย เว็บผิดกฎหมาย และเว็บพนัน กระทรวงดีอี ปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ/URLs ที่ไม่เหมาะสม (1 ต.ค. – 30 พ.ย. 67) ปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ จำนวน 8,129 (URLs) หลอกลวงออนไลน์ 697 (URLs) และประสานกับแพลตฟอร์มเพื่อขอปิดกั้น เกี่ยวกับเนื้อหาผิดกฎหมายและหลอกลวงออนไลน์ มีคำสั่งศาลจำนวน 2,039 (URLs) ไม่มีคำสั่งศาล จำนวน 8,401 (URLs) ภาพรวมปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ผิดกฎหมาย และเว็บไซต์ประเภทพนันออนไลน์ รวมกว่า 190,000 ราย (ข้อมูล 19 พ.ย. 67)

3. การแก้ปัญหาบัญชีม้า เร่งอายัด ตัดตอนการโอนเงิน ผลการดำเนินงานที่สำคัญถึง 30 พ.ย. 67 มีดังนี้

• ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC ) ระงับบัญชีภายใน 7 วัน จำนวน 265,844 บัญชี ธนาคารระงับบัญชีม้าเทาอ่อน จำนวน 229,432 บัญชี และล็อคบัญชีม้าน้ำตาล จำนวน 456,824 บัญชี รวมแล้วกว่า 952,100 บัญชี (บัญชีม้าเทาอ่อน : คือผู้ที่ได้รับการโอนเงินเป็นทอดที่ 2 หรือ 3 /บัญชีม้าน้ำตาล : เป็นบุคคลในฐานข้อมูลธนาคาร ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ)

• ปปง. ทำการอายัดบัญชีไปแล้วกว่า 630,537 บัญชี (ณ วันที่ 12 ธ.ค. 67) ภาพรวมระงับบัญชีม้า รวมกว่า 1,000,000 บัญชี พร้อมยกระดับการป้องกันการเปิดบัญชีและการจัดการบัญชีม้า (ข้อมูล 19 พ.ย. 67)

4. การแก้ไขปัญหาซิมม้า และ ซิมม้าที่ผูกกับ Mobile banking ผลการดำเนินงานที่สำคัญถึง 30 พ.ย. 67 มีดังนี้

• การกวาดล้างซิมม้าและซิมต้องสงสัย โดย สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการโทรคมนาคมได้ระงับซิมม้าแล้ว จำนวนกว่า 2.7 ล้านเลขหมาย

• การระงับหมายเลขโทรออกเกิน 100 ครั้ง/วัน แล้ว 132,933 เลขหมาย มีผู้มายืนยันตัวตน 418 เลขหมาย ไม่มายืนยันตัวตน 132,515 เลขหมาย (16 ธ.ค. 67) และได้มีการหารือการกำหนดมาตรการคัดกรองผู้ใช้งาน Mobile Banking โดยดำเนินการตรวจสอบข้อมูล Cleansing Mobile Banking จำนวน 120.3 ล้านบัญชี เพื่อออกเป็นมาตรการต่อไป โดยแบ่งกลุ่มผู้ใช้งาน Mobile Banking ที่ต้องทำการตรวจสอบ (ประมาณ 43 ล้านบัญชี) เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ลูกค้าที่มีสัญชาติไทย ที่ให้บริการโทรคมนาคม แจ้งเป็น M (ชื่อจดทะเบียนเบอร์โทรไม่ตรงกับบัญชีธนาคาร) ซึ่งเปิดบัญชีตั้งแต่เดือน ม.ค. 65

กลุ่มที่ 2 ลูกค้าต่างชาติ ที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แจ้งเป็น N ซึ่งเปิดบัญชีตั้งแต่เดือน ม.ค. 65

กลุ่มที่ 3 ลูกค้าของธนาคารที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แจ้งเป็น P (ไม่พบข้อมูลเบอร์โทร) ซึ่งเปิดบัญชีตั้งแต่เดือน ม.ค.

5. การดำเนินการเรื่องเสาโทรคมนาคม สายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และสายโทรศัพท์ที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน สำนักงาน กสทช. แจ้งดำเนินการรื้อถอนเสาสัญญาณ (สถานี) ในพื้นที่ 7 จังหวัดที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เชียงราย ตาก สระแก้ว จันทบุรี ระนอง บุรีรัมย์ สุรินทร์ รวม 393 สถานี คิดเป็น 100%

6. มาตรการการป้องกันการโทรหลอกลวง ภายใต้โครงการ DE-fence platform ตามที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้มีมติที่ประชุม ครั้งที่ 9/2567 เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 67 เห็นชอบในหลักการของมาตการป้องกันการโทรหลอกลวง โดยให้ดำเนินการจัดทำโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง “DE-fence platform” ขณะนี้ โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง DE-fence ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเร่งดำเนินการตามกระบวนการต่าง ๆ โดยคาดว่าแพลตฟอร์ม DE-fence จะสามารถทดลองและเริ่มให้บริการได้ในช่วงเดือน ก.พ. 68

7. การบูรณาการข้อมูล โดยศูนย์ AOC 1441 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เป็นแพลตฟอร์มรับและแลกเปลี่ยนข้อมูลบูรณาการข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการจัดการบัญชีม้า ซิมม้า และคนร้ายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยช่วงเดือน พ.ย. 66 - ต.ค. 67 ศูนย์ AOC มีจำนวนการโทรเข้า 1441 ทั้งหมด 1,176,512 สาย และจำนวนการระงับบัญชีที่ต้องสงสัยอยู่ที่ 348,006 เคส ซึ่งแสดงถึงปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ที่รุนแรงและขยายวงกว้าง มีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 19,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานดังต่อไปนี้

• เชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ สำนักงาน ปปง. เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการจดทะเบียนนิติบุคคล กรณีข้อมูลของบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า

• เชื่อมโยงข้อมูลกับ ระบบ Thai Police Online (TPO) ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินจากบัญชีม้าแถวหนึ่งจนถึงแถวสุดท้าย

• บูรณาการข้อมูลกับศูนย์ปฏิบัติการบูรณาการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศบอท.) และ กสทช. เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงรหัส HR-03 (บัญชีม้า) ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ สำนักงาน ปปง.

8. การเพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียนนิติบุคคล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียนนิติบุคคล ในกรณีนิติบุคคลผู้ขอจดทะเบียนมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลซึ่งเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง รหัส HR-03 (บัญชีม้า) ของสำนักงาน ปปง. ซึ่งแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

 ระยะที่ 1 ดำเนินการทันที ตรวจสอบกับฐานข้อมูลของนิติบุคคล หากพบว่านิติบุคคลใดมีผู้เป็นหุ้นส่วนกรรมการ หรือ ผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลในบัญชี HR-03 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งข้อมูลให้กับศูนย์ AOC 1441 เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

 ระยะที่ 2 ดำเนินการเมื่อระบบเชื่อมโยงข้อมูล HR-03 พร้อมใช้งาน (1 ม.ค. 68) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เชื่อมโยงข้อมูล HR-03 จากศูนย์ AOC 1441 เพื่อให้นายทะเบียนตรวจสอบกับคำขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลว่ามีรายชื่อในข้อมูล HR-03 หรือไม่ หากตรวจพบจะชะลอการจดทะเบียนไว้ก่อน และเรียกให้บุคคลดังกล่าวมา แสดงตัวเพื่อยืนยันความมีตัวตน


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
ข่าววิ่ง