กระทรวงคมนาคม เผยตัวเลขภาพรวมการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 สามารถบริหารจัดการเดินทางไป - กลับภูมิลำเนาได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง จากข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (27 ธ.ค. 67 - 1 ม.ค. 68) เกิดอุบัติเหตุทางบกรวม 1,243 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 195 คน ผู้บาดเจ็บ 1,565 คน สาเหตุเกิดจากขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ นนทบุรี ปทุมธานี และอุดรธานี ขณะที่ กรุงเทพมหานคร เกิดเหตุสูงสุด (39 ครั้ง) จากข้อมูลทั่วประเทศเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนอุบัติเหตุลดลง ร้อยละ 4.97 แต่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 21.88 และผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.90 ส่วนทางอากาศไม่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ กระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนาให้มีความสะดวก ปลอดภัย และบริหารจัดการการเชื่อมต่อล้อ - ราง - เรือ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนคดีคุมประพฤติรายงาน 6 วัน (27 ธ.ค. 67-1 ม.ค. 68) ยอดสะสมรวม 5,587 คดี (ส่วนใหญ่คดีขับรถขณะเมาสุรา ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และนนทบุรี) ยอดติด EM สะสม 33 ราย (2 ม.ค. 68) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยตัวเลขภาพรวมการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 โดยทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมร่วมมือร่วมใจอำนวยความสะดวกและให้บริการการเดินทางประชาชนอย่างเต็มกำลัง ช่วง 6 วันที่ผ่านมาพบว่า สามารถบริหารจัดการเดินทางไป - กลับภูมิลำเนาได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ทั้งนี้ จากข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม สรุปสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคม ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 (สะสม 6 วัน) ณ วันที่ 2 มกราคม 2568 เวลา 07.30 น. พบว่า
• ทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 1,243 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 195 คน ผู้บาดเจ็บ 1,565 คน
• สาเหตุจากขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด 888 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 61.97 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด คือ จักรยานยนต์ 783 คัน บริเวณที่เกิดเหตุสูงสุด คือ ทางตรง ไม่มีความลาดชัน 997 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 69.57
• จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ นนทบุรี ปทุมธานี และอุดรธานี จังหวัดละ 6 คน โดยจังหวัดที่เกิดเหตุสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร 39 ครั้ง
• เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อุบัติเหตุลดลง ร้อยละ 4.97 แต่ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 21.88 และผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.90
• พบอุบัติเหตุบนโครงข่ายทางราง 2 ครั้ง และทางน้ำ 1 ครั้ง ส่วนทางอากาศไม่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมรองรับประชาชนเดินทางกลับ กระทรวงคมนาคม ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนาให้มีความสะดวก ปลอดภัย และบริหารจัดการการเชื่อมต่อล้อ - ราง - เรือ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
• ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง ช่องทางบริการให้ข้อมูลข่าวสาร และจุดบริการประชาชนผ่านศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 ตลอด 24 ชั่วโมง
• กรมทางหลวง ได้เปิดช่องทางพิเศษขาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเร่งระบายรถเนื่องจากพบว่าสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพและทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สามารถสอบถามข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางและข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง บริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ โดยรถโดยสารที่จะเข้าส่งผู้โดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ทุกคัน จะจอดส่งผู้โดยสารที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตู 3 เพื่อให้สามารถเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีแดง รถเมล์ และรถแท็กซี่ได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจัดรถโดยสารเข้าจอดรับ - ส่ง บริการประชาชนในสถานีขนส่งหมอชิต 2 และเพิ่มการจัดคิวให้บริการแท็กซี่เพื่อความสะดวกและเป็นระเบียบ ไม่แออัด กรมการขนส่งทางราง ได้มีการประสานงานไปยังผู้ให้บริการระบบรางต่าง ๆ ซึ่งคาดการณ์ว่าตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 ประชาชนจากภูมิภาคต่าง ๆ จะเริ่มทยอยกลับจากภูมิลำเนา ประกอบกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พบว่า บรรยากาศของผู้โดยสารตามสถานีปลายทางในเส้นทางสายเหนือ สายใต้ สายตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะนี้เริ่มมีผู้โดยสารทยอยกลับเข้ากรุงเทพฯ สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาต่อรถที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้อย่างสะดวก เช่น รถไฟฟ้า รถแท็กซี่ หรือรถประจำทาง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย คดีคุมประพฤติ 6 วันยอดสะสม รวม 5,587 คดี (2 ม.ค. 68) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีคุมประพฤติต้อนรับปีใหม่ 2568 โดยเฉพาะวันที่ 1 มกราคม 2568 มีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติรวมทั้งสิ้น 1,567 คดี โดยเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 1,542 คดี และคดีขับเสพ 25 คดี สรุปยอดสะสม 6 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 มีคดีคุมประพฤติรวม 5,587 คดี ยอดติด EM (อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring : EM)) สะสม 33 ราย ดังนี้:
• คดีขับรถขณะเมาสุรา 5,426 คดี (ร้อยละ 97.12) ติด EM 32 ราย
• คดีขับเสพ 157 คดี (ร้อยละ 2.81) ติด EM 1 ราย
• คดีขับรถประมาท 4 คดี (ร้อยละ 0.07)
• จังหวัดที่มียอดสะสมคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (420 คดี) เชียงใหม่ (418 คดี) และนนทบุรี (325 คดี)
