คณะรัฐมนตรี อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ เสนอ โดยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดการประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ที่ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน เพื่อปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดโดยเพิ่มเติมลักษณะของการกระทำที่ต้องห้าม และเพิ่มเติมสิ่งเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ไฟฟ้า วัตถุออกฤทธิ์อื่นใดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้สนับสนุนข้อเสนอของสภานักเรียนระดับประเทศทั้ง 3 ข้อ ซึ่ง 1 ในนั้นคือข้อเสนอให้มีการป้องกันทุกคนห่างไกลจากบุหรี่ไฟฟ้า รายละเอียด (7 ม.ค. 68) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดการประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้ สาระสำคัญของเรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดการประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ที่ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน กล่าวคือ เดิมกฎกระทรวงฯ ได้กำหนดห้ามมิให้นักเรียน และนักศึกษา ซื้อ จำหน่าย แลกเปลี่ยน เสพสุราหรือสิ่งมึนเมา บุหรี่ หรือยาเสพติด หากแต่ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของสารเสพติดชนิดอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ไฟฟ้า หรือวัตถุออกฤทธิ์อื่น ๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามและส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านสติปัญญา และอารมณ์ของเด็กและเยาวชน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้เสนอร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้เพื่อปรับปรุงแก้ไขในรายละเอียดโดยเพิ่มเติมลักษณะของการกระทำที่ต้องห้าม เช่น แจกให้ส่งมอบ มีไว้เพื่อขาย สูบ ครอบครอง หรือการกระทำอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และเพิ่มเติมสิ่งเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ไฟฟ้า วัตถุออกฤทธิ์อื่นใดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น อัลปราโซแลม (นำไปเสพร่วมกับยาน้ำแก้ไอ น้ำใบกระท่อมต้ม) โดยหากนักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าวจะมีบทลงโทษตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ซึ่งมี 4 สถาน ได้แก่
1) ว่ากล่าวตักเตือน 2) ทำทัณฑ์บน 3) ตัดคะแนนความประพฤติ และ 4) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งนี้ การกำหนดเพิ่มเติมดังกล่าวจะทำให้อัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ไฟฟ้า หรือวัตถุออกฤทธิ์อื่นใดของนักเรียนและนักศึกษาลดน้อยลงซึ่งจะเกิดผลกระทบเชิงบวกต่องบประมาณด้านสาธารณสุข ลดภาระงบประมาณด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงจะทำให้นักเรียนและนักศึกษาห่างไกลจากสิ่งเสพติดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นชอบหรือไม่ขัดข้องในหลักการ นายกฯ พร้อมสนับสนุนข้อเสนอของสภานักเรียนระดับประเทศ ป้องกันให้ทุกคนห่างไกลจากบุหรี่ไฟฟ้า และค้นหาเด็กตกหล่นให้กลับเข้าเรียนในระบบ (7 ม.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับฟังข้อคิดเห็นของคณะกรรมการสภานักเรียนระดับประเทศ ประจำปี 2568 พร้อมพบปะให้โอวาทแก่คณะกรรมการนักเรียนซึ่งเป็นตัวแทนนักเรียนจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร รวม 82 คน ที่ผ่านการอบรมสัมมนาสภานักเรียนระดับประเทศ ร่วมระดมความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างสร้างสรรค์บนวิถีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตย ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549 โดยมี พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารโรงเรียน คณะครูที่ปรึกษาสภานักเรียน คณะกรรมการดำเนินโครงการ และรุ่นพี่สภานักเรียนระดับประเทศ เข้าร่วมรับฟัง ในปี 2568 นี้ สภานักเรียนระดับประเทศ ได้นำเสนอประเด็นที่ขอรับการสนับสนุนจาก นายกรัฐมนตรี จำนวน 3 ประเด็น โดยข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นที่เสนอมา รัฐบาลจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ได้แก่
1) การส่งเสริมค่านิยมหลัก “รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ในกลุ่มเยาวชนไทย ซึ่งคณะกรรมการสภานักเรียนจะนำแนวทาง “สืบสานความดี ต่อยอดสิ่งดี ๆ เพื่อแผ่นดินไทย” โดยร่วมกับเพื่อนสภานักเรียนทั่วประเทศศึกษาพระราชกรณียกิจ หลักการทรงงาน หรือพระปรีชาสามารถ ของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ต่าง ๆ อาทิ การแพทย์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ วรรณกรรม กีฬา การละเล่นหรือการแสดง แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรม สภานักเรียนในโรงเรียน จัดทำโครงการ “TSC น้อมนำพระราชกรณียกิจสู่การต่อยอดพัฒนาสภานักเรียน” มาปรับใช้ในกิจกรรมสภานักเรียนและชีวิตประจำวัน แล้วแบ่งปันประสบการณ์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ พร้อมทั้งเชิญชวนสภานักเรียนทั่วประเทศ ทำกิจกรรมจิตอาสาหรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่ส่งเสริมความรักและเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ
2) ความรักโรงเรียน รักเพื่อน และน้อง สร้างโรงเรียนแห่งความสุข ให้นักเรียนรักโรงเรียน รักเพื่อน เคารพพี่ ดูแลน้อง และร่วมป้องกันให้ทุกคนห่างไกลจากบุหรี่ไฟฟ้าและรู้เท่าทันภัยออนไลน์ โดยขอรับการสนับสนุนการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ผลิต ผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการติดตามและทำหน้าที่กลั่นกรองตรวจสอบข้อมูลออนไลน์พร้อมทั้งเร่งปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับออนไลน์อย่างจริงจัง พร้อมทั้งขอรับการสนับสนุนโครงการภายใต้ “กิจกรรม TSC โรงเรียนดีที่หนูรัก”
3) ZERO DROPOUT ติดตามและค้นหาเด็กที่ตกหล่น ไม่ได้เข้าเรียน หรือออกกลางคัน ให้กลับเข้ามาเรียนในระบบ กำหนดแนวทางการป้องกัน เฝ้าระวัง ติดตาม ไม่ให้มีเด็กตกหล่นและออกกลางคัน โดยสภานักเรียนทั่วประเทศจะร่วมขับเคลื่อน “กิจกรรมสภานักเรียนชวนเพื่อนกลับมาเรียน (TSC ZERO DROPOUT) ตามบริบทและความเหมาะสมของแต่ละโรงเรียน”
